วิธีแก้ไอเรื้อรัง ยารักษาไอเรื้อรัง สาเหตุอาการไอเรื้อรัง
ไอเรื้อรัง ทำไมชอบเป็นหลังเป็นหวัด
ไอเรื้อรังหลังเป็นหวัดมีสาเหตุที่พบบ่อยดังนี้
1.โรคภูมิแพ้ทางจมูกกำเริบ
ส่วนใหญ่จะรู้มาว่าตัวเองเป็นภูมิแพ้ แต่มีไม่น้อยที่มีโรคภูมิแพ้จมูกอยู่โดยที่เจ้าตัวไม่ทราบมาก่อน หลังไข้หวัดเยื่อจมูกบวมมากและจะยุบลงช้ากว่าคนทั่วไป ทำให้มูกและเสมหะระเหยได้ยากจึงขังอยู่ด้านหลังจมูก มีการไหลซึมหรือหยดลงคอเป็นระยะ ทำให้ไอกระแอมหรือเสียงแหบได้ จะเป็นมาตอนเจอความเย็น ทานน้ำแข็ง ตอนนอนหรือก้มมากๆ การรักษาต้องรักษาภูมิจมูกจริงจังให้เยื่อจมูกลดบวม (ยาพ่นจมูก ยาแก้แพ้) ถ้าเสมหะไม่มีเหลืองหรือสีเขียวไม่ต้องให้ยาปฏิชีวนะใดๆ การรักษาต้องทำให้จมูกยุบบวมด้วยยาพ่นจมูกที่ปลอดภัย และต้องติดตามให้แน่ชัดว่าไม่มีไซนัสอักเสบ
ได้ภาพนี้แสดงว่ามีการบวมของเยื่อจมูกอย่างมากครับ อีกภาพแสดงให้เห็นว่า มีผิวขรุขระของคอด้านขวา เนื่องจากมีเสมหะหยดซึมมาจากจมูกที่บวมเรื้อรังหลังหวัด และมีเสมหะมากเหนียวทำให้ไหลลงคอ และไอสำลักบ่อยๆได้
2. ไซนัสอักเสบจากเชื้อแบคทีเรีย
อาการจะมีเสมหะหรือน้ำมูกสีเหลืองหรือเขียว อาจจะมีหรือไม่มีปวดหัวหรือปวดไซนัสก็ได้ครับ โรคนี้เสมหะที่เป็นหนองเหล่านี้จะไหลหยดลงคอเป็นระยะทำให้ไอมากเป็นช่วงๆ เป็นมากตอนนอน ถ้าทิ้งไว้นานจะลงหลอดลมทำให้หลอดลมอักเสบ อาจไอหอบมากขึ้นได้ ในรายที่มีโรคหืดจะมีหอบหืดกำเริบได้ การรักษาให้รักษาให้พบแพทย์เพื่อให้การรักษาด้วยยาลดบวมไซนัส น้ำเกลือล้างจมูก ร่วมกับยาปฏิชีวนะ
3. โรคหืดกำเริบ
ใครที่มีโรคหืดอยู่หลังหวัดหรือระหว่างเป็นหวัด อาจทำให้หลอดลมอักเสบและมีความไวมากขึ้น จนเกิดอาการจับหืด หอบเหนื่อยได้
4. ระวังโรคร้ายแรงอื่นๆ ถ้ามีไข้เรื้อรัง น้ำหนักลดชัดเจน ไอมีเลือดปน
ควรปรึกษาแพทย์โดยเร็ว เพราะอาจเป็น วัณโรคปอด Tuberculosis (มีไข้ไอ น้ำหนักลด เบื่อออาหาร) มะเร็ง Lung cancer (สูบบุหรี่เองหรือสูดควันบุหรี่มาหลายๆปี น้ำหนักลด อาจไอเป็นเลือด) หรือเป็นฝีในปอด หรือหลอดลมโป่งเป็นกระเปาะเรื้อรังและมีากรติดเชื้อแบคทีเรีย (infected bronchietasis)
แหล่งที่มา : allergycareclinic.com