โซดาหรือน้ำอัดลม เพิ่มความเสี่ยงภาวะกระดูกพรุน จริงหรือ ?

18 กค. 60     1107

โซดาหรือน้ำอัดลม เพิ่มความเสี่ยงภาวะกระดูกพรุน จริงหรือ ?

การบริโภคโซดาเพิ่มความเสี่ยงภาวะกระดูกพรุนหรือไม่ ?

สืบเนื่องจากการบริโภคน้ำอัดลมสีดำเป็นการเพิ่มความเสี่ยงโรคกระดูกพรุน โซดาซึ่งเป็นน้ำอัดลมชนิดหนึ่งจึงต้องตกเป็นผู้ต้องสงสัยในกรณีนี้อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ หลายท่านที่บริโภคโซดากันเป็นประจำเลยเกิดคำถามว่า "การบริโภคโซดามีผลทำให้ร่างกายสูญเสียแคลเซียมและมีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคกระดูกพรุนหรือไม่ ?" เรามาไขข้อข้องใจกันครับ

หากเราได้ทราบถึงคุณสมบัติของโซดาจะพบว่า "โซดาไม่มีกรดฟอสฟอริกและคาเฟอีน" ซึ่งเป็นสารที่เป็นอันตรายต่อแคลเซียมและกระดูก งานวิจัยที่ทดลองเกี่ยวกับโซดาอย่างจริงๆจังๆมีอยู่ไม่มากนัก แต่จากที่ผู้เขียนได้ศึกษามาก็พบว่า ยังไม่พบว่าการบริโภคโซดาจะส่งผลให้ร่างกายสูญเสียแคลเซียม จนเพิ่มความเสี่ยงการเกิดโรคกระดูกพรุนหรือกระดูกแตกหักได้ (การบริโภคโซดาจึงดูเหมือนว่าจะปลอดภัย ณ เวลานี้)

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าการบริโภคโซดาจะยังถือว่าปลอดภัยต่อกระดูก ณ เวลานี้ แต่สิ่งที่หลายคนอาจจะไม่ทราบ คือ เนื่องจากโซดามีความเป็นกรดอ่อนๆ ผู้บริโภคโซดาเป็นประจำเลยมีคำถามต่ออีกว่า "แล้วการบริโภคโซดาเป็นประจำจะทำลายเคลือบฟันและทำให้ฟันผุกร่อนหรือไม่ ?"

อีกครั้งที่คำถามนำมาสู่การหาคำตอบด้วยการทดลอง คล้ายกับการทดลองกับน้ำอัดลมสีดำ คือ มีการนำฟันของมนุษย์จริงๆไปแช่ไว้ โซดา เป็นเวลา 3 วัน ผลที่ได้ คือ เคลือบฟันยังอยู่และปกติดี ต่างจากการแช่ฟันลงในน้ำอัดลมสีดำ ซึ่งผลที่ได้ตรงกันข้าม คือ เคลือบฟันถูกทำลาย หลายคนอาจมองว่าการทดลองแบบนี้ไม่เหมือนของจริง ใครจะอมโซดาหรืออมน้ำอัดลมไว้ในปากนานเป็นวันได้ จริงอยู่ที่การทดลองอาจไม่ตรงกับความเป็นจริงในการบริโภคน้ำอัดลมมากนัก แต่อย่างน้อยการทดลองเหล่านี้ก็ให้แนวทางว่า การบริโภคน้ำอัดลมสีดำเป็นประจำ เป็นอันตรายต่อสารเคลือบฟันค่อนข้างแน่นอน

ถึงตรงนี้หลายท่านที่นิยมบริโภคโซดาอาจมีเฮ เพราะ ณ เวลานี้การดื่มโซดายังถือว่าปลอดภัยต่อกระดูกและฟัน อย่างไรก็ตาม ผู้ที่บริโภคโซดากับสุรา ซึ่งบางท่านแถมพ่วงด้วยการสูบบุหรี่ด้วย ก็ยังไม่รอดจากความเสี่ยงของการเกิดโรคกระดูกพรุน เพราะว่าแอลกอฮอล์และบุหรี่นั่นแหละ ที่เป็นส่วนผสมหลักที่ทำให้ร่างกายสูญเสียแคลเซียม และมีความเสี่ยงจะป่วยเป็นโรคกระดูกพรุนได้ในอนาคต

สรุป

แม้การบริโภคโซดาจะปลอดภัย แต่ทุกท่านทราบดีอยู่แล้วว่า น้ำที่ดีต่อร่างกายของคนเรามากที่สุด คือ น้ำเปล่าธรรมดา เพราะไม่มีการแต่งเติมหรือใส่ก๊าซชนิดใดลงไปในน้ำ การดื่มน้ำให้เพียงพอต่อความต้องการของร่างกายเป็นหลักสากลที่การแพทย์ทุกแขนงยอมรับ เราจึงต้องให้ความสำคัญมากกว่าการดื่มโซดา ซึ่งมีการอัดลมเข้าไปเพื่อความอร่อย ยังไม่มีงานวัจัยใดที่รองรับว่า การบริโภคโซดาดีกว่าการดื่มน้ำเปล่า ดังนั้น "การดื่มน้ำเปล่าเป็นหลัก ดื่มโซดาเป็นบางครั้ง" น่าจะเป็นทางออกที่ดีและสร้างความสมดุลให้กับร่างกายได้มากที่สุด