โรคผิวหนังอักเสบ อาการโรคผิวหนังอักเสบ โรคผิวหนังอักเสบ วิธีรักษา

4 ธค. 55     1325

โรคผิวหนังอักเสบ อาการโรคผิวหนังอักเสบ โรคผิวหนังอักเสบ วิธีรักษา

 

 

โรคผิวหนังอักเสบจากถูมิแพ้

 
 
โรคผิวหนังอักเสบ อาการโรคผิวหนังอักเสบ โรคผิวหนังอักเสบ วิธีรักษา

         โรคผิวหนังอักเสบ เรื้อรังที่พบได้บ่อยในเด็ก แต่อาจพบในผู้ใหญ่ได้ด้วย โดยผู้ป่วยจะมีผื่นคันที่ใบหน้า และแขนขา เป็นๆ หายๆ ในปัจจุบัน ยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัดของโรคนี้... 
แต่พบหลักฐานบ่งชี้ว่า มีปัจจัยทางพันธุกรรมเข้ามาเกี่ยวข้อง โดยมักจะได้ประวัติว่า มีบุคคลอื่นในครอบครัว หรือญาติพี่น้อง ป่วยเป็นโรคผิวหนังชนิดนี้ หรือโรคภูมิแพ้อื่นๆ เช่น โรคหอบหืด และโรคเยื่อบุจมูก อักเสบจากภูมิแพ้ ร่วมด้วยถึง 70% อาการของ โรคผิวหนังจากภูมิแพ้ จําแนกได้เป็น 3 ระยะ คือระยะเด็กเล็ก : พบในเด็กอายุ 2 เดือน - 2 ปี ระยะนี้ ผู้ป่วยจะมีผื่นแดง สะเก็ดบางๆ หรือมีน้ำเหลืองแห้งกรังปกคลุมที่ศีรษะ แก้ม คอ หน้าผาก หัวเข่า และแขนขา มีอาการคันมาก ระยะนี้จะพบการแพ้อาหารร่วมด้วยได้บ่อย ระยะเด็กโต : พบในเด็กอายุ 2 - 10 ปี ระยะนี้ผู้ป่วยจะมีผื่นแดงคัน สะเก็ดบางๆ ที่ข้อพับแขน และขา รอบคอ ข้อมือ หนังตา และใบหน้า ถ้าเป็นอยู่นาน ผิวหนังจะหนาเนื่องจากการเกา ระยะนี้พบการแพ้อาหารน้อยลง แต่จะพบการแพ้สารอื่น เช่น ผ้าขนสัตว์ ขนแมว และเกสรดอกไม้เพิ่มขี้น ระยะผู้ใหญ่ : ผู้ป่วยจะมีผื่นลักษณะเช่นเดียวกับที่ข้อพับ แขนและขา ด้านหน้าและด้านข้างคอ หน้าผาก และรอบตา ภาวะแทรกซ้อน ผู้ป่วยโรคภูมิแพ้ผิวหนังโดยเฉพาะอย่างยิ่งรายที่มีอาการรุนแรง จะมีภูมิต้านทานต่อเชื้อแบคทีเรีย และเชื้อไวรัสต่ำ จึงมีโอกาสเป็น โรคผิวหนัง ติดเชื้อได้ง่าย และโรคดังกล่าวอาจลุกลามแพร่กระจายไปได้ทั่วตัวการปฏิบัติตนเมื่อเป็น โรคผิวหนังจากภูมิแพ้ ควรหลีกเลี่ยงปัจจัยที่ทําให้โรคเป็นมากขึ้น ได้แก่ สิ่งแวดล้อมที่มีฝุ่นละออง อากาศร้อน หรือเย็นจัด ไม่ควรใช้สบู่ยา ควรอาบน้ำด้วยสบู่อ่อนๆ แล้วใช้โลชั่นทาตัวหลังอาบน้ำ หรือผสม Bathing oil ลงในน้ำที่อาบ เพื่อป้องกันผิวหนังแห้ง ไม่ควรอาบน้ำบ่อย และการอาบน้ำแต่ละครั้ง ไม่ควรอาบนาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในฤดูหนาวที่มีอากาศแห้ง เสื้อผ้าที่ใช้ควรเป็นผ้าฝ้ายเนื้อนุ่มๆ ไม่ควรใช้เสื้อผ้าที่ทําจากขนสัตว์ หรือใยสังเคราะห์ ทายา Steroid ครีมอ่อนๆ วันละ 2 - 3 ครั้งเพื่อลดการอักเสบของผิวหนัง และอาการคัน ทั้งนี้ การใช้ยาดังกล่าว ควรอยู่ภายใต้การแนะนําของแพทย์ ไม่ควรซื้อยาใช้เองต่อเนื่องกันเป็นเวลานาน เนื่องจากอาจเกิดผลข้างเคียงได้ รับประทานยา Antihistamine เช่น Chlorpheni-ramine, Hydroxyzine เพื่อลดอาการคัน เนื่องจากยานี้มีผลข้างเคียง ทําให้ง่วงนอน ในระหว่างรับประทานยาดังกล่าว จึงไม่ควรขับขี่ยานพาหนะ หรือทํางานกับเครื่องจักร ในกรณีที่เป็นโรคติดเชื้อผิวหนัง เช่น แผลพุพอง ฝี อีสุกอีใส หรือโรคเริม ควรพบแพทย์เพื่อรับการรักษาโดยเร็ว ♦ 


แหล่งที่มา : 108health.com

เป็นเพื่อน Line กับเรา