อาการเจ็บหน้าอกด้านขวา เจ็บหน้าอกข้างขวา เจ็บหน้าอกฝั่งขวา

26 สค. 56 32428

อาการเจ็บหน้าอกด้านขวา เจ็บหน้าอกข้างขวา เจ็บหน้าอกฝั่งขวา

 



ปวด เจ็บ แน่นหน้าอก นำไปสู่โรคร้ายอะไรบ้าง

อาการเจ็บหน้าอกด้านขวา เจ็บหน้าอกข้างขวา เจ็บหน้าอกฝั่งขวา


อาการปวด เจ็บ แน่นหน้าอก อาจนำไปสู่โรคร้ายอะไรได้บ้าง (Slim up)
ที่มาจาก : โรงพยาบาลพญาไท1

          เจ็บแน่นหน้าอก นำไปสู่โรคหลอดเลือดหัวใจตีบ ซึ่งเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับ 3 ของคนไทย รองจากมะเร็งและอุบัติเหตุ (ข้อมูลจากกระทรวงสาธารณสุขปี 49-50)

          ผู้ป่วยจะมีอาการจุกเสียดแน่นตรงกลางหน้าอก อึดอัด หายใจไม่สะดวกเหมือนมีอะไรมีบีบรัด หรือกดทับ อาจปวดร้าวไปที่คอ แขนซ้าย หรือกราม ร่วมกับอาการคลื่นไส้ เหงื่อออกท่วมตัว อาการเหล่านี้จะเกิดขึ้นเมื่ออกกำลังกาย และดีขึ้นเมื่อพักหรืออมยาใต้ลิ้น ถ้าหลอดเลือดหัวใจตีบมาก อาการแน่นหน้าอกอาจรุนแรง และอาการไม่ดีขึ้น แม้หยุดพักหรืออมยาใต้ลิ้น เกิดภาวะกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน หัวใจอาจหยุดเต้นอย่างกะทันหันหรือเกิดภาวะหัวใจล้มเหลวเฉียบพลัน


อาการเจ็บหน้าอกด้านขวา เจ็บหน้าอกข้างขวา เจ็บหน้าอกฝั่งขวาพฤติกรรมที่มีความเสี่ยงสูงต่อการเป็นโรคหลอดเลือดหัวใจตีบ

          อาการเจ็บหน้าอกด้านขวา เจ็บหน้าอกข้างขวา เจ็บหน้าอกฝั่งขวา มีประวัติสมาชิกในครอบครัวเป็นโรคหลอดเลือดหัวใจอุดตัน

          อาการเจ็บหน้าอกด้านขวา เจ็บหน้าอกข้างขวา เจ็บหน้าอกฝั่งขวา อายุที่เพิ่มขึ้น

          อาการเจ็บหน้าอกด้านขวา เจ็บหน้าอกข้างขวา เจ็บหน้าอกฝั่งขวา เพศชายจะมีความเสี่ยงมากกว่าเพศหญิง ซึ่งเพศหญิงวัยหมดประจำเดือนจะมีโรคเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

          อาการเจ็บหน้าอกด้านขวา เจ็บหน้าอกข้างขวา เจ็บหน้าอกฝั่งขวา ภาวะไขมันในเลือดสูง

          อาการเจ็บหน้าอกด้านขวา เจ็บหน้าอกข้างขวา เจ็บหน้าอกฝั่งขวา ความดันโลหิตสูง

          อาการเจ็บหน้าอกด้านขวา เจ็บหน้าอกข้างขวา เจ็บหน้าอกฝั่งขวา การสูบบุหรี่

          อาการเจ็บหน้าอกด้านขวา เจ็บหน้าอกข้างขวา เจ็บหน้าอกฝั่งขวา โรคเบาหวาน

          
อาการเจ็บหน้าอกด้านขวา เจ็บหน้าอกข้างขวา เจ็บหน้าอกฝั่งขวาเราจะป้องกันโรคหัวใจได้อย่างไร

          อาการเจ็บหน้าอกด้านขวา เจ็บหน้าอกข้างขวา เจ็บหน้าอกฝั่งขวา หยุดสูบบุหรี่ หากท่านสูบบุหรี่ต้องหยุดสูบทันที หรือหากคิดจะสูบบุหรี่ก็ให้เลิกความคิดนี้ การหยุดสูบบุหรี่จะเป็นการป้องกันโรคหัวใจได้ดี การสูบบุหรี่ไม่ว่าจะเป็น บุหรี่ไร้ควัน หรือบุหรี่ที่มีนิโคตินต่ำ หรือซิการ์ก็จะเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจ 

          อาการเจ็บหน้าอกด้านขวา เจ็บหน้าอกข้างขวา เจ็บหน้าอกฝั่งขวา สำหรับท่านที่ไม่ได้สูบบุหรี่หากท่านอยู่ใกล้ชิดกับคนที่สูบบุหรี่ ท่านอาจจะเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจเหมือนคนที่สูบบุหรี่ เนื่องจากเป็นผลจากการสูบบุหรี่มือสอง

          อาการเจ็บหน้าอกด้านขวา เจ็บหน้าอกข้างขวา เจ็บหน้าอกฝั่งขวา บุหรี่มีสารเคมีมากกว่า 4,800 ชนิด ซึ่งเป็นอันตรายต่อหัวใจและหลอดเลือด ทำให้หลอดเลือดตีบได้ง่าย

          อาการเจ็บหน้าอกด้านขวา เจ็บหน้าอกข้างขวา เจ็บหน้าอกฝั่งขวา บุหรี่จะทำให้หัวใจท่านทำงานมากขึ้น เนื่องจากเส้นเลือดที่ไปเลี้ยงตีบ หัวใจเต้นเร็ว และความดันโลหิตเพิ่มขึ้น

          อาการเจ็บหน้าอกด้านขวา เจ็บหน้าอกข้างขวา เจ็บหน้าอกฝั่งขวา ผู้หญิงสูบบุหรี่ร่วมกับการกินยาคุมกำเนิด จะทำให้เสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจเพิ่มขึ้น

          อาการเจ็บหน้าอกด้านขวา เจ็บหน้าอกข้างขวา เจ็บหน้าอกฝั่งขวา ข่าวดีสำหรับผู้ที่สูบบุหรี่ หากท่านหยุดสูบบุหรี่ ความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจจะลดลงอย่างรวดเร็ว โดยประมาณว่าจะเหมือนคนปกติใน 1 ปี การออกกำลังกาย ทุกท่านทราบว่าการออกกำลังกายเป็นสิ่งที่ดี แต่มีเพียงจำนวนไม่มากที่ออกกำลังกาย การออกกำลังกายสม่ำเสมอจะช่วยลดการเกิดโรคหัวใจได้ 1 ใน 4 หากร่วมกับปรับพฤติกรรมอื่นจะช่วยลดการเกิดโรคหัวใจได้มากขึ้น 

อาการเจ็บหน้าอกด้านขวา เจ็บหน้าอกข้างขวา เจ็บหน้าอกฝั่งขวาผลดีของการออกกำลังกาย

          อาการเจ็บหน้าอกด้านขวา เจ็บหน้าอกข้างขวา เจ็บหน้าอกฝั่งขวา ทำให้หัวใจแข็งแรง

          อาการเจ็บหน้าอกด้านขวา เจ็บหน้าอกข้างขวา เจ็บหน้าอกฝั่งขวา ควบคุมน้ำหนักไม่ให้ขึ้น

          อาการเจ็บหน้าอกด้านขวา เจ็บหน้าอกข้างขวา เจ็บหน้าอกฝั่งขวา ลดระดับความดันโลหิต

          อาการเจ็บหน้าอกด้านขวา เจ็บหน้าอกข้างขวา เจ็บหน้าอกฝั่งขวา ลดโอกาสเกิดโรคเบาหวานและไขมันในเลือด

          อาการเจ็บหน้าอกด้านขวา เจ็บหน้าอกข้างขวา เจ็บหน้าอกฝั่งขวา แนะนำให้ออกกำลังกายปานกลางวันละ 30-40 นาที สัปดาห์ละ 3-5 วัน หากไม่สามารถออกกำลังกายดังกล่าวได้ ท่านสามารถออกกำลังกายโดยการทำงานบ้านเพิ่ม เช่น การทำสวน การล้างรถ การเดินไปตลาด การขึ้นบันไดแทนการขึ้นลิฟต์

อาการเจ็บหน้าอกด้านขวา เจ็บหน้าอกข้างขวา เจ็บหน้าอกฝั่งขวาการรับประทานอาหารสุขภาพ หลักการรับประทานอาหารสุขภาพง่าย ๆ มีดังนี้

          อาการเจ็บหน้าอกด้านขวา เจ็บหน้าอกข้างขวา เจ็บหน้าอกฝั่งขวา หลีกเลี่ยงอาหารมันบางชนิดที่มีผลเสียต่อหัวใจ เช่น ไขมันอิ่มตัว (Saturated far), Tran fatty acid ได้แก่ น้ำมันปาล์ม น้ำมันมะพร้าว ไขมันจากสัตว์ เครื่องในสัตว์ กุ้ง ปลาหมึก ไก่ทอด พิซซ่า กล้วยแขก เนย มาการีน

          อาการเจ็บหน้าอกด้านขวา เจ็บหน้าอกข้างขวา เจ็บหน้าอกฝั่งขวา ให้รับประทานผักและผลไม้เพิ่มขึ้น เพราะผักและผลไม้จะช่วยป้องกันหลอดเลือดของท่าน

          อาการเจ็บหน้าอกด้านขวา เจ็บหน้าอกข้างขวา เจ็บหน้าอกฝั่งขวา รับประทานปลาเพราะเนื้อปลามี Omega-3 fatty acid

          อาการเจ็บหน้าอกด้านขวา เจ็บหน้าอกข้างขวา เจ็บหน้าอกฝั่งขวา หมั่นตรวจสุขภาพ ท่านที่มีประวัติครอบครัวเป็นโรคหัวใจ โรคอ้วน หรือมีปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจหรือท่านที่อายุมากกว่า 35 ปี โดยไม่มีความเสี่ยง ให้ท่านได้รับการตรวจ

                อาการเจ็บหน้าอกด้านขวา เจ็บหน้าอกข้างขวา เจ็บหน้าอกฝั่งขวา ความดันโลหิต

                อาการเจ็บหน้าอกด้านขวา เจ็บหน้าอกข้างขวา เจ็บหน้าอกฝั่งขวา ระดับไขมันในเลือด

                อาการเจ็บหน้าอกด้านขวา เจ็บหน้าอกข้างขวา เจ็บหน้าอกฝั่งขวา ระดับน้ำตาล

                 ซึ่งเป็นการตรวจประจำปี โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การตรวจสมรรถภาพหัวใจโดยการเดินสายพาน (EST) หรือเมื่อแพทย์สงสัยโรคหลอดเลือดหัวใจตีบ แพทย์จะตรวจร่างกาย ตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ ตรวจหัวใจด้วยคลื่นเสียงสะท้อนความถี่สูง ตรวจสมรรถภาพหัวใจด้วยการเดินสายพาน หรือาจใช้เครื่องมือที่มีเทคโนโลยีสูง เช่น 64-slice CT Scan หรือการตรวจด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า MRI ซึ่งผู้ป่วยอาจได้รับการตรวจเพียงบางอย่าง หรือหลายอย่างเพื่อที่จะวินิจฉัยให้ได้ว่า มีหลอดเลือดหัวใจตีบหรือไม่ และควรวางแผนการรักษาอย่างไร 

          การรักษานั้นขึ้นอยู่กับระยะและความรุนแรงของโรค เช่น หากไม่รุนแรงนักสามารถรักษาหายได้ด้วยยา วิธีการขยายหลอดเลือดหัวใจด้วยบอลลูน หรืออาจใช้การผ่าตัด Bypass

          การตรวจสวนหลอดเลือดหัวใจละทำบอลลูนหลอดเลือดหัวใจ (CAG&PCI) ผู้ป่วยที่มีอาการเจ็บหน้าอก และตรวจพบว่า มีความผิดปกติของคลื่นหัวใจผิดปกติหรือการตรวจสมรรถภาพหัวใจ ด้วยการเดินสายพานทำให้สงสัยว่าอาจมีสภาวะหลอดเลือดหัวใจตีบหรือตัน

          การตรวจสวนหลอดเลือดหัวใจ เป็นวิธีการตรวจที่สำคัญในการวินิจฉัยหลอดเลือดหัวใจตีบ และยังทำการรักษาต่อด้วยการทำบอลลูนหลอดเลือดหัวใจ ตรงตำแหน่งที่ตีบได้ด้วยโดยจะสามารถบอกถึงข้อมูลตำแหน่งของหลอดเลือดหัวใจตีบ ที่บริเวณใดและตีบกี่เส้น (เส้นเดียวหรือมีหลายเส้น) และตีบกี่เปอร์เซนต์ และยังดูการทำงานของกล้ามเนื้อหัวใจห้องซ้ายได้ด้วย โดยจะใช้เวลาในการตรวจวินิจฉัยเพียง 15-20 นาที และเป็นข้อมูลบอกถึงแนวทางการรักษาด้วยยา (ในกรณีที่ตีบไม่มาก) บอลลูน หรือการผ่าตัดและการปฏิบัติตัวของผู้ป่วยได้ต่อไป

          ผู้ป่วยบางรายที่ทำการตรวจด้วยวิธีนี้ไม่จำเป็นต้องนอนโรงพยาบาล สามารถมาตรวจตอนเช้าและนอนพักพื้นประมาณ 6-8 ชม. ก็สามารถกลับบ้านได้ และมาพบแพทย์ในวันรุ่งขึ้น เพื่อวางแผนการรักษาต่อไป





แหล่งที่มา : health.kapook.com