การดูแลสุขภาพ : หน้าเป็นสิวอุดตันทำไงดี?
เรามี! วิธีรักษาสิวอุดตันด้วยตนเองมาฝาก อีกหนึ่งเคล็ดลับเพื่อการมีผิวหน้าที่สวยใสกับวิธีรักษาสิวอุดตันที่หลายๆ คนกำลังมองหา วิธีรักษาสิวอุดตันกันอยู่ค่ะ          เรามี! วิธีรักษาสิวอุดตันด้วยตนเองมาฝาก อีกหนึ่งเคล็ดลับเพื่อการมีผิวหน้าที่สวยใสกับวิธีรักษาสิวอุดตันที่หลายๆ คนกำลังมองหา วิธีรักษาสิวอุดตันกันอยู่ค่ะ 

 

สำหรับใครที่มีปัญหาสิวอุดตันจนเกิดเป็นคำถามในใจที่ว่า หน้าเป็นสิวอุดตันทำไงดี? วันนี้คำถามที่ว่า หน้าเป็นสิวอุดตันทำไงดี? กำลังจะหมดไปจากใจคุณค่ะ เพราะวันนี้เรามี วิธีรักษาสิวอุดตัน มาฝากให้คุณได้คลายกังวลกับ ปัญหาสิวอุดตัน ค่ะ การเป็นสิวอุตตันนับเป็นอีกหนึ่งเรื่องที่น่ากังวลใจของสาวๆ ทั้งหลายเป็นอย่างมากเพราะปัญหาสิวอุตตันนี้คงสร้างความน่ารำคาญให้กับผิวหน้าของคุณสาวๆ ทั้งหลายเป็นที่สุด วันนี้คุณสาวๆ จะไม่คาใจกับคำถามที่ว่า หน้าเป็นสิวอุดตันทำไงดี? อีกต่อไปค่ะ เพราะวันนี้คุณได้มาเจอเราที่จะไขสาเหตุสิวอุดตันรวมถึง วิธีรักษาสิวอุดตัน มาบอกให้ได้รู้กันค่ะ สำหรับ วิธีรักษาสิวอุดตัน นี้เป็นวิธีง่ายๆ ที่คุณก็สามารถทำได้ด้วยตัวของคุณเอง รับรองได้เลยว่าปัญหาสิวอุดตันจะหมดไปและหายไปอย่างแน่นอนถ้าคุณได้ทำตามขั้นตอนวิธีรักษาสิวอุดตันด้วยตัวเองที่เรานำมาบอกค่ะ 
 
 
 
 
 
ปัญหาสิวอุดตัน จัดการได้ด้วย วิธีรักษาสิวอุดตัน
 
สิวอุดตัน (Non-inflammatory ance หรือ Comedone) เป็นประเภทของสิวที่พบได้บ่อยมากกว่า 70% ของปัญหาสิว ซึ่งพบได้ทุกกลุ่มอายุ ทุกเพศ แต่ส่วนใหญ่จะพบในวัยรุ่นและวัยหนุ่มสาว เกิดได้บ่อยบริเวณใบหน้า ลำคอ และลำตัว (โดยเฉพาะที่หลัง) ซึ่งเป็นตำแหน่งที่มีต่อมไขมัน Sebaceous gland จำนวนมาก
 
 
 
สาเหตุการเกิดสิวอุดตัน
  • 1. ต่อมไขมัน Sebaceous สร้างไขมันมากเกินไป โดยอาจเกิดจากสาเหตุฮอร์โมนเพศชายแอนโดรเจนชนิด Testosterone ซึ่งควบคุมการเจริญเติบโตและการสร้างไขมัน( Sebum) สูงมากกว่าปกติ แล้วไขมันเกิดจากอุดตันในท่อไขมันที่ระบายไขมันออกสู่ผิวหนังด้านนอกอันนำมาซึ่งปัญหาสิวอุดตัน
  • 2. ปัญหาผิวแพ้ง่าย (Sensitive skin) มักพบเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดสิวได้บ่อยเช่นกัน
  • 3. ความผิดปกติของการลอกผิวในท่อขุมขนเอง (follicular lumen) แล้วทำให้เกิดการอุดตัน
  • 4. สิวจากเครื่องสำอาง (Acne cosmetica) มักเกิดจากการใช้เครื่องสำอางบางชนิดแล้วเกิดอาการแพ้
  • 5. สิวจากสเตียรอยด์ มักเกิดในผู้ที่ใช้ครีมทาที่ผสมสเตียรอยด์ ในการรักษาผิวแพ้หรือรับประทานยา Prednislone เป็นประจำ เช่นผู้ป่วยโรคไต Nephrotic syndrome หรือ SLE
  • 6. ความเครียด
  • 7. ฮอร์โมนเปลี่ยนแปลง เช่น ในภาวะใกล้หรือหมดประจำเดือน
 
ประเภทของสิวอุดตัน (สิวไม่อักเสบ) แบ่งเป็น
 
1. สิวหัวขาว หรือสิวหัวปิด
 
2. สิวหัวดำ หรือสิวหัวเปิด
 
3.สิวสเตียรอยด์
 
 
ผลข้างเคียงจากการเกิดสิวอุดตันมักเกิดจากการพยายามแกะ แคะ บีบเพื่อให้สิวอุดตันหลุดและขาดความชำนาญในการกดสิวมักพบได้บ่อยคือ
 
1. รอยดำจากสิว
 
2. รอยหลุมจากสิว หรือ Icepick-scar
 
3. สิวอุดตันเกิดมากขึ้น เนื่องจากการกดหรือบีบ แล้วทำให้ท่อไขมันบริเวณข้างเคียงเกิดอุดตัน จากการบาดเจ็บ( trauma) 
 
 
แนวทางการปฏิบัติสำหรับการป้องกันการเกิดสิวอุดตัน มีหลักการคือ พยายามอย่าให้ผิวมันและการกระทบกระเทือนต่อท่อหรือต่อมไขมัน ดังนี้
 
1.ผลิตภํณฑ์ล้างหน้า เช่น สบู่ เจล โฟม ควรเลือกให้เหมาะกับสภาพผิวมัน และมีตัวยาป้องกันการเกิดสิว
 
2. เครื่องสำอาง ไม่ควรมีส่วนผสมของน้ำหอม สารดีเทอร์เจ้นท์
 
3. หลีกเลี่ยงการเช็ดหน้า หรือ นวดหน้าแรงๆ
 
4. หน้ามันมาก อาจต้องใช้โลชั่นเช็ดหน้า หรือใช้ยารับประทานกลุ่ม Retionoids หรือ ยาคุมกำเนิดกลุ่ม Dian-35 เพื่อลดหน้ามัน
 
5. เลือกครีมกันแดด SPF ประมาณ 15 เพื่อป้องกันความมันของเนื้อครีม
 
6. ครีมบำรุง เลือกที่ไม่มีส่วนผสมของ น้ำมัน และไม่ควรมัน ไม่มีฮอร์โมนผสมในครีมบำรุง
 
7. ครีมแก้แพ้ หรือ สบู่ล้างหน้าสำหรับผิวแพ้ เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับผิวแพ้ง่าย( Sensitive skin)
 
8. งดอาหารที่ทำให้เกิดสิวง่าย เช่น อาหารมัน อาหารรสจัด ทุเรียน ขนมหวาน ไอสครีม
 
9. พักผ่อนให้เพียงพอ
 
10. ไม่เครียด
 
11. ห้ามกด หรือ บีบสิวเอง กรณีที่เกิดสิว 
 
 
วิธีการรักษาสิวอุดตัน
 
1. ครีมทาสิวอุดตัน กลุ่ม Tretinoin( Retin-A) เป็นยาที่เหมาะสมและใช้กันแพร่หลายมีความเข้มข้นแตกต่างกันตั้งแต่ 0.025-0.1% อาจอยู่ในรูปของครีม เจล หรือน้ำ โดยพบว่ายิ่งความเข้มข้นสูงยิ่งละลายสิวอุดตันได้ดี แต่ก็จะระคายเคืองผิวหน้าและทำให้ผิวหน้าแห้งเป็นขุย ถ้าความเข้มข้นสูงแต่การละลายเคืองอาจน้อยลง ถ้าล้างหน้าก่อนทายา 10-15 นาที
 
2. ยารับประทานกลุ่ม retinoids เช่น Roaccutane , Isotretionoin ช่วยลดปัญหาผิวมันและละลายสิวอุดตันได้ดีทั้งที่ใบหน้าและสิวตามลำตัว
 
3. ยาลอกขุย (Keratolytic agents) และยาทำให้ผิวแห้ง เช่น Salicylic acid , Resorcinol , Sulphur , Aluminium oxide มักช่วยลอกขุยและทำให้สิวแห้งและหลุดออก มักใช้เป็นส่วนผสมของแป้งน้ำทาสิว (acne lotions)
 
4. การกดสิวอุดตัน มักจะทำได้เฉพาะกลุ่มสิวอุดตันหัวเปิด (สิวหัวดำ) เพราะจะหลุดออกได้ง่ายและควรทำโดยผู้ที่เชี่ยวชาญเท่านั้นเพื่อป้องกันการเกิดแผลเป็นภายหลัง
 
5. การทำ Peeling ด้วย 30-50% TCA , PHA จะช่วยทำให้ผิวหน้าแห้งลง ผนังสิวบางลง ทำให้สิวอุดตันฝ่อตัวและหลุดออกได้ง่าย
 
6. การทำ Iontophresis มักใช้ร่วมกับยากลุ่ม Tretionoin เพื่อช่วยผลักยาให้ซึมลงลึกไปละลายสิวอุดตันได้ดีกว่าการทายาปกติ
 
7. การกรอผิวด้วยเกร็ดอัญมณี (Microdermabrasion) พบว่าทำให้หัวสิวอุดตันหลุดออกได้ง่ายทำให้หัวสิวเปิดออกเพื่อกดออกภายหลังได้ง่ายขึ้น นอกจากนี้ยังช่วยทำให้ผิวหน้าแห้งลงและสีผิวขาวขึ้นเรียบเนียนขึ้นได้ด้วย 


ที่มา  http://www.108health.com/108health/topic_detail.php?mtopic_id=1691&sub_id=8&ref_main_id=1
พิมพ์จาก : http://healthfood.muslimthaipost.com/main/index.php?page=sub&category=92&id=23251
วันที่ : 2 ตุลาคม 57 23:33:43
สำนักข่าวมุสลิมไทยโพสต์ http://www.muslimthaipost.com