โรค : ยารักษาโรคริดสีดวงทวาร การรักษาโรคริดสีดวง วิธีรักษาโรคริดสีดวงทวาร

ยารักษาโรคริดสีดวงทวาร การรักษาโรคริดสีดวง วิธีรักษาโรคริดสีดวงทวาร

              ยารักษาโรคริดสีดวงทวาร

ยารับประทาน สำหรับโรคริดสีดวงทวาร

                ริดสีดวงทวาร คือส่วนของหลอดเลือดที่โป่งและขดพองบริเวณทวารหนัก ซึ่งมีทั้งชนิดที่เกิดขึ้นภายในและภายนอกของทวารหนัก ต้นเหตุเกิดจากที่เส้นเลือดดำถูกอุด เนื่องจากการเบ่งถ่ายอุจจาระบ่อยๆ การนั่งท่าเดิมนานๆ ไม่ค่อยได้เคลื่อนไหว ขาดการออกกำลังกาย ท้องผูกบ่อยๆ กินอาหารรสจัด หมักดอง สุรา เบียร์ จึงทำให้มีการไหลคั่งของเลือดดำอยู่ตามบริเวณทวาร และแข็งตัวกลายเป็นลิ่มอยู่ภายในเส้นเลือด  ในกรณีที่เป็นมาก จะทำให้เลือดออกและปวดทวาร ความลำบากที่เกิดขึ้นจากริดสีดวงทวารคือ หัวริดสีดวงเกิดแตกขึ้น และมีเลือดไหลออกมาก มีแผลแตกเป็นรอยยาวตามทวาร ในขณะที่เกิดท้องผูก อุจจาระแข็ง การถ่ายอุจจาระต้องเบ่งแรง  จึงเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้ริดสีดวงแตก  อาการที่เป็นบ่อยคือ เลือดออกประจำ และรู้สึกเจ็บปวดเวลาถ่ายอุจจาระ

                การรักษาขั้นแรกของริดสีดวงทวารและแผลฉีกขาดที่ทวารหนัก คการทำให้เลือดหยุดไหล และอาการปวดบรรเทาลง ซีดูออลเป็นยาชนิดรับประทานที่ช่วยรักษาริดสีดวงทวาร

ใน 1 แคปซูล ประกอบด้วย

Tocopherol calcium succinate                                                52  mg

Lysozymechloride                                    10 mg

VitminK1                                                 2 mg

Rutin                                                     100mg

Pluronic F-68                                          20mg

การออกฤทธิ์

  1. ซีดูออลช่วยให้การไหลเวียนของเลือดบริเวณริดสีดวงทวารสะดวกขึ้น มีผลทำให้เส้นเลือดฝอยรอบทวารไม่โป่งและขดพอง จึงทำให้หัวริดสีดวงเล็กลง
  2. ซีดูออลบรรเทาอาการอักเสบของเยื่อเมือกที่เกิดจากการคั่งของโลหิต
  3. ซีดูออลช่วยให้เลือดหยุดไหล

ข้อบ่งใช้

                สำหรับริดสีดวงทวารทั้งชนิดภายในและภายนอก รวมทั้งรอยแตกของริดสีดวงทวาร ตลอดจนอาการที่เกิดขึ้นร่วมด้วย เช่น มีเลือดออก และการบวมอักเสบ

ขนาดและวิธีใช้ยา ปกติ ผู้ใหญ่ รับประทานครั้งละ 1-2 แคปซูล หลังอาหาร 3 เวลา

1 กล่องบรรจุ 3 แผง 30เม็ด

 

เพื่อประสิทธิภาพที่ดีกว่าควรรักษาแบบเป็นขนานดังนี้

ยารักษาริดสีดวงทวารระยะเริ่มแรกและยังไม่มีหัว

ยารักษาริดสีดวงทวารชนิดเรื้อรัง มีหัวแล้ว หรือมีเลือดออกร่วมด้วย ฉบับปราบเซียน!!

และ  ใยอาหาร อินนูลิน แก้ที่ต้นเหตุ แก้อาการท้องผูก โดยไม่ติดยาระบาย

            Link      http://www.yaforyou.com/

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

 

                  การรักษาโรคริดสีดวง

ยารักษาโรคริดสีดวงทวารหนัก
คำถาม เป็นริดสีดวงทวารหนัก ควรใช้ยาอะไร?

โรคริดสีดวงทวารหนัก มาจากคำสองคำประสมกัน คือคำว่า "ริดสีดวง" + "ทวารหนัก"   คำว่า "ริดสีดวง" จะหมายถึง สิ่งผิดปกติที่เป็นติ่ง หรือเนื้อยื่นออกมาจากร่างกาย นิยมใช้เรียกโรคริดสีดวง ที่เกิดขึ้นที่ทวารหนักเสียเป็นส่วนใหญ่ จนบางครั้งจะเรียกสั้นๆ ว่า  ริดสีดวงž ก็เข้าใจว่าเป็นโรคริดสีดวงของทวารหนัก
              
ในอดีตมีอีกโรคหนึ่งที่ใช้คำว่าริดสีดวงเหมือนกัน แต่ไม่ใช่โรคริดสีดวงทวารหนัก ก็คือโรคริดสีดวงของจมูก ซึ่งหมายถึง เนื้องอกผิดปกติในโพรงจมูก มักพบในผู้ป่วย โรคภูมิแพ้ชนิดเรื้อรัง ซึ่งปัจจุบันไม่นิยมเรียกว่าริดสีดวงจมูกแล้ว แต่จะเรียกเนื้องอกในโพรงจมูกแทน
              
โรคริดสีดวงทวารหนัก จึงหมายถึง โรคที่เกิดความ ผิดปกติเป็นติ่งเนื้อของทวารหนักเกิดการยื่นออกมา ซึ่งพบได้บ่อยและเป็นปัญหาสำหรับประชาชนทั่วไป 
ที่สหรัฐอเมริกามีการศึกษาและประมาณว่า เกินกว่าครึ่งหนึ่งของประชากรชาวอเมริกันเคยเป็นโรคริดสีดวงทวารหนัก และคาดว่าประเทศไทยก็พบโรคนี้ได้บ่อยเช่นกัน
       
โรคริดสีดวงทวารหนักเกิดได้อย่างไร
ติ่งเนื้อผิดปกตินี้ เกิดจากหลอดเลือดดำที่ผนัง   ของลำไส้ใหญ่ส่วนปลายและทวารหนัก มีการบวมและอักเสบขึ้น มักมีอาการคัน ปวด และอาจมีเลือดออกจากทวารหนักร่วมด้วย การที่ผนังหลอดเลือดดำมีการอักเสบบวม ทำให้เกิดเป็นก้อนเนื้อหรือติ่งเนื้อนุ่มๆ ยื่นออกมาที่บริเวณทวารหนัก บางรายอาจมีของเหลวลื่นๆ เหนียวๆ ไหลออกจากทวารหนัก 
       
สาเหตุของริดสีดวงทวารหนัก
ส่วนใหญ่เกิดจากการเบ่งถ่ายอุจจาระบ่อยๆ นานๆ ซึ่งเป็นผลของท้องผูก การตั้งครรภ์ พฤติกรรมการดำรงชีวิต และลักษณะของการถ่ายอุจจาระ เช่น ชอบอ่านหนังสือในห้องสุขา การถ่ายอุจจาระบนส้วมชักโครก การยกของหนักๆ การนั่งหรือยืนท่าใดท่าหนึ่งติดต่อกันนานๆ การกลั้นอุจจาระ เป็นต้น 
               
การเบ่งอุจจาระบ่อยๆ นานๆ จะส่งผลเพิ่มระดับแรงดันในช่องท้อง ทำให้การไหลเวียนของเลือดในหลอดเลือดดำบริเวณทวารหนักไม่สะดวก เกิดการยืด 
ย่น คด งอ พอง และโตขึ้นเป็นติ่งเนื้อ เหมือนกับการเป่าเติมลมเข้าไปในลูกโป่ง เมื่อลูกโป่งโตขึ้น ก็จะมีความหนาของผนังลดน้อยลง เมื่อใดก็ตามที่มีของแข็งๆ มาเสียดสี เช่น อุจจาระแข็งๆ หรือเพิ่มระดับแรงดันขึ้นอีก ก็จะทำให้เกิดการปริแตกหรือฉีกขาดของหลอดเลือดดำ ทำให้เกิดเลือดออกมาเป็นเลือดสดๆ ได้
               
นอกจากการเบ่งถ่ายอุจจาระนานๆ ซึ่งเป็นสาเหตุ หลักแล้ว ยังพบว่าระดับความดันเลือดในตับที่สูง (ซึ่งเกิดได้จากความอ้วน หรือโรคตับ) อายุที่มากขึ้น อาการท้องเสียเรื้อรัง หรือการร่วมเพศทางทวารหนัก ล้วนเป็นปัจจัยเสริมทำให้เกิดริดสีดวงทวารหนักได้เช่นกัน
       
ชนิดของริดสีดวงทวารหนัก
แบ่งได้เป็น ๒ ชนิดใหญ่คือ ริดสีดวงทวารหนักภายใน และริดสีดวงทวารหนักภายนอก 
ริดสีดวงทวารหนักภายใน เป็นชนิดที่พบบ่อยที่สุด เกิดติ่งเนื้อบวมขึ้นอยู่ภายในทวารหนัก ไม่สามารถ สัมผัสได้ โดยมากมักไม่มีอาการเจ็บปวด แต่สังเกตได้จากอาการเลือดสดๆ ไหลออกพร้อมๆ กับอุจจาระ 

ริดสีดวงทวารหนักภายนอก
 เป็นชนิดที่มีติ่งเนื้อ นุ่มๆ ยื่นออกมาจากทวารหนัก มักมีอาการเจ็บปวด และอาจมีเลือดออกได้เมื่อมีการเบ่งอุจจาระ
       
ความรุนแรงของริดสีดวงทวารหนัก
ความรุนแรงของโรคริดสีดวงทวารหนักแบ่งได้เป็น ๔ ระยะคือ 
 ๑. ระยะที่ยังไม่มีติ่งเนื้อหรือก้อนยื่นออกมานอกทวารหนัก 
 ๒. ระยะที่เริ่มมีติ่งเนื้อหรือก้อนยื่นออกมาขณะเบ่ง ถ่ายอุจจาระ และจะหดกลับเข้าไปได้เอง โดยไม่ต้องใช้มือช่วยดันเข้าไป
 ๓. ระยะที่มีติ่งเนื้อหรือก้อนยื่นออกมาขณะเบ่งอุจจาระ แต่ไม่หดกลับเข้าไปได้เอง จะต้องใช้มือช่วยดันเข้าไป จึงจะกลับเข้าไปในทวารหนัก
 ๔. ระยะนี้มีติ่งเนื้อหรือก้อนยื่นออกมาแล้ว ไม่สามารถใช้มือดันติ่งเนื้อนี้เข้าไปในทวารหนักได้เลย  
       
การรักษาโรคริดสีดวงทวารหนัก
เนื่องจากโรคริดสีดวงทวารหนักส่วนใหญ่มักไม่มีอันตรายถึงชีวิต และถ้ามีการดูแลรักษาปฏิบัติตนเองได้ดี อาการเลือดออกและการเจ็บปวดก็จะทุเลาลง หรือหายได้เองภายใน ๑-๒ สัปดาห์ 
                 
กรณีที่ระดับความรุนแรงของโรคอยู่ในระยะที่ ๑ ไม่ว่าจะเลือดออกหรือไม่ จะเน้นการใช้ยาและการดูแลปฏิบัติตัวของผู้ป่วยเป็นสำคัญ และถ้าโรคลุกลามเข้าสู่ระยะที่ ๒ หรือเริ่มเข้าสู่ระยะที่ ๓ (แต่ยังมีขนาดเล็กอยู่) แนะนำให้การดูแลรักษาปฏิบัติตนเองควบคู่กับการใช้ยา แต่ถ้าความรุนแรงของโรคเข้าสู่ระยะที่ ๓ (ร่วมกับมีขนาดที่ค่อนข้างใหญ่) หรือเป็นระยะที่ ๔ หรือรายที่เป็นรุนแรง เช่น มีเลือดไหลอยู่ตลอดเวลา ก็ควรไปปรึกษาแพทย์เพื่อให้ได้รับการตรวจวินิจฉัยและรับการรักษาอย่างเหมาะสมต่อไป

ยารักษาโรคริดสีดวงทวาร
ขณะที่มีอาการเลือดออกและ/หรือเจ็บปวด ควรแนะนำการปฏิบัติตัวควบคู่กับการใช้ยาเหน็บทางทวารหนัก ซึ่งเป็นยาใช้ภายนอก มีทั้งชนิดแท่งและชนิดขี้ผึ้ง มักจะประกอบด้วย ยาชา (บรรเทาอาการปวด) ยาลดการอักเสบ ยาหดตัวของหลอดเลือด และยาปฏิชีวนะ ซึ่ง   ผู้ผลิตมักผลิตยาของตนเองทั้ง ๒ ชนิดคือ ทั้งชนิดแท่งและชนิดขี้ผึ้ง ซึ่งมีส่วนประกอบของตัวยาและความเข้มข้นเท่ากัน
                 
การใช้ยาชนิดแท่ง (suppository) ควรแช่ในตู้เย็น น้ำแข็ง หรือน้ำเย็น เพื่อให้ยาแข็งตัว ก่อนนำออกมาใช้ (เพราะที่อุณหภูมิห้อง ยานี้จะเป็นของเหลว แต่ถ้าแช่เย็น ยานี้จะแข็ง เมื่อเหน็บเข้าไปในร่างกายแล้ว อุณหภูมิของร่างกายที่ร้อนกว่า จะช่วยละลายยาให้กระจายไปทั่วบริเวณ) เมื่อแข็งตัวดีแล้ว ก็นำแท่งยาสอดเข้าทางรูทวารหนักให้สุด วันละ ๑-๒ ครั้ง หลังการถ่ายอุจจาระ และอีกเวลาหนึ่ง อาจเป็นเวลาเช้า หรือก่อนนอนก็ได้ แล้วแต่สะดวก ให้ห่างกันประมาณ ๑๒ ชั่วโมง
กรณีที่เป็นขี้ผึ้ง ผู้ผลิตมักแนบหลอดต่อกับปากของหลอดยา เพื่อใช้สวนเข้าในช่องทวารหนัก แล้วบีบยาขี้ผึ้งเข้าไป ซึ่งมีความถี่และระยะเวลาการให้ยาเช่นเดียวกับยาแท่งคือ วันละ ๑-๒ ครั้ง ให้ห่างกันประมาณ ๑๒ ชั่วโมง
                   
นอกจากนี้ อาจมียาหดตัวของหลอดเลือด ยาฝาดสมาน ยาช่วยเพิ่มความแข็งแรงของหลอดเลือดดำ ยาระบาย มาใช้ในการบรรเทาอาการของริดสีดวงทวาร 
       
สรุป
โรคริดสีดวงทวารมีหลายสาเหตุ แต่ส่วนใหญ่เกิดจากการเบ่งอุจจาระนานๆ ซึ่งมักเกิดจากท้องผูก มีหลาย ระดับความรุนแรง การดูแลปฏิบัติตนเองที่ดีในการดำเนินชีวิต อาหาร และการถ่ายอุจจาระมีผลต่อโรคนี้ ถ้าลดพฤติกรรมเสี่ยงต่างๆ เหล่านี้ ก็จะช่วยป้องกันการเกิดโรค หรือถ้าเป็นแล้ว ก็จะช่วยลดความรุนแรงและบรรเทาอาการได้อย่างดี ทั้งยังช่วยป้องกันไม่ให้กลับมาเป็นใหม่ได้โดยง่าย 
                     
การใช้ยาส่วนใหญ่เป็นการบรรเทาอาการเท่านั้น ซึ่งควรใช้ให้ถูกวิธี ถ้าดูแลรักษาตนเองมาสัก ๑-๒ สัปดาห์ แล้วอาการไม่ดีขึ้น หรือกลับรุนแรงมากขึ้น ก็ควรไปขอคำปรึกษากับแพทย์ หรือเภสัชกรที่ประจำอยู่ที่ร้านยา ซึ่งพร้อมให้ความกระจ่าง และให้คำแนะนำที่เป็นประโยชน์ ต่อสุขภาพ 

การปฏิบัติดูแลตนเอง
อาการและความรุนแรงของโรคจะทุเลา บรรเทาได้อย่างมาก ด้วยการดูแลปฏิบัติตนเองที่ดีดังนี้ 
 ๑. ควรนั่งแช่น้ำอุ่น ๑๐-๑๕ นาที วันละ ๓ ครั้ง เพื่อช่วยลดอาการปวด การอักเสบ และช่วยทำความสะอาดบริเวณที่เป็นโรค
 ๒. ควรหลีกเลี่ยงอาการท้องผูก เพราะท้องผูกเป็นสาเหตุที่สำคัญอย่างหนึ่งของริดสีดวงทวารหนัก ทั้งเป็นสาเหตุของการเบ่ง และทำให้อุจจาระแข็ง ซึ่งมีวิธีแก้ไขอาการท้องผูกดังนี้

  • กินอาหารที่มีเส้นใยสูง เช่น ผัก ผลไม้ และเมล็ดธัญพืช เพื่อช่วยให้อุจจาระนุ่มขึ้น
  • ควรดื่มน้ำอย่างน้อยวันละ ๘ แก้ว หรือ ๒ ลิตร อย่างสม่ำเสมอ
  • ควรหลีกเลี่ยงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และกาเฟอีน เช่น สุรา เบียร์ ไวน์ กาแฟ ชา น้ำโคล่า เพราะจะทำให้ร่างกายขาดน้ำ อุจจาระแข็ง และถ่ายลำบากขึ้น
  • ควรหลีกเลี่ยงกลั้นอุจจาระ
  • ไม่ควรนั่งหรือเบ่งอุจจาระโดยไม่รู้สึกปวดจะถ่าย

 ๓. ควรหลีกเลี่ยงการขัดถูบริเวณทวารหนักอย่างรุนแรง เพราะจะยิ่งระคายเคืองริดสีดวงทวารหนัก
 ๔. ควรออกกำลังกายสม่ำเสมอ เพราะจะช่วยเพิ่ม กระตุ้นการเคลื่อนไหวของลำไส้ ทำให้ถ่ายอุจจาระได้ง่าย
                      
นอกจากนี้ ผู้ป่วยควรสำรวจและสังเกตตนเองว่า ตนเองมีพฤติกรรมที่เสี่ยงในการส่งเสริมทำให้ท้องผูก หรือปัจจัยอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับโรคริดสีดวงทวารหนัก เช่น ชอบอ่านหนังสือในห้องสุขา การถ่ายอุจจาระบนส้วมชักโครก การยกของหนักๆ การนั่งหรือยืนท่าใดท่าหนึ่งติดต่อกันนานๆ การกลั้นอุจจาระ เป็นต้น ซึ่งถ้าพบและแก้ไขสิ่งต่างๆ เหล่านี้ ก็จะช่วยให้อาการดีขึ้นอย่างมาก

          Link      http://doctor.or.th

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

 

               วิธีรักษาโรคริดสีดวงทวาร

ริดสีดวงทวาร วิธีรักษาและป้องกันไม่ให้กลับมาเป็นซ้ำ โดย เภสัชกร อุทัย สุขวิวัฒน์ศิริกุล


 

เมื่อรู้แน่ว่าคุณกำลังทนทรมาณจากโรคลมเย็นนี้แล้ว มาทบทวนวิธีการรักษาโรคและบรรเทาอาการที่น่ารำคาญต่างๆ รู้จักยาที่ใช้ รวมไปทั้งหลังจากอาการดีขึ้นแล้ว คุณควรปฏิบัติตัวอย่างไรเพื่อป้องกันไม่ให้กลับมาเป็นซ้ำได้อีกหน่ะครับ

 

ริดสีดวงทวารมีรักษาอย่างไร

 

เมื่อคุณไปพบแพทย์แล้ว การรักษาจะขึ้นอยู่กับระยะที่เป็น

 

ในระยะที่ 1 การรักษาไม่ว่าจะมีเลือดออกมาหรือไม่ จะเน้นการใช้ยาและการปฏิบัติตัวควบคู่ไปด้วย

 

  • การใช้ยามักให้ยาในรูปแบบยาภายนอก ได้แก่ยาครีมหรือยาสอดทวารหนักที่มีตัวยาผสม ได้แก่ยาหดหลอดเลือดเพื่อไปลดอาการบวม ยาชาเพื่อไปลดการคัน และยาฝาดสมานเพื่อไปทำให้แผลแห้งบรรเทาอาการระคายเคือง และมักให้ยาที่ทำให้อุจจาระนุ่มเพื่อลดอาการอักเสบ

 

  • การปฏิบัติตัวคือแนะนำให้รับประทานทานอาหารมีกาก เส้นใยมากๆ  ดื่มน้ำมากๆ และ หลีกเลี่ยงการเบ่งหรือนั่งนานๆ

 

ระยะ 2 และ 3ที่เป็นไม่มาก การรักษายังคงเหมือนด้วยระยะแรกคือการให้ยารวมทั้งการปรับลักษณะนิสัยเหมือนเดิม

 

  • อาจจ่ายยาเพิ่ม โดยเป็นยาที่ไปเพิ่มประสิทธิ์ภาพการทำงานของหลอดเลือดดำให้ทำงานได้ดียิ่งขึ้น จึงลดอาการอักเสบและบวมได้

 

  • หากมีอาการปวดมาก ให้รับประทานยาแก้ปวด หรือควรนั่งแช่ในน้ำอุ่นจัดๆ วันละ 2-3ครั้ง ครั้งละ 30นาที

 

  • ถ้าหัวริดสีดวงหลุดออกมาภายนอก ล้างมือให้สะอาดหรืออาจใส่ถุงมือ ดันหัวริดสีดวงกลับเข้าไป แล้วรีบไปพบแพทย์ต่อไป

 

  • อาจจะให้เข้ารับการรักษาด้วยวิธีฉีดยาเข้าที่หัวริดสีดวงให้ฝ่อไป หรือใช้วิธีใช้ยางรัดที่ไปทำให้หัวริดสีดวงฝ่อ หรือใช้แสงเลเซอร์รักษา

 

ระยะ 3 ที่เป็นมากๆ ถึง 4 รวมทั้งคนไข้ที่มีภาวะแทรกซ้อน คงต้องเข้ารับการผ่าตัด

 

วิธีป้องกันริดสีดวงทวาร

 

ตัวโรคนี้เอง ไม่ได้มีอันตรายมากนัก สามารถรักษาด้วยยาควบคู่ไปกับการปรับลักษณะนิสัย มีส่วนน้อยที่ต้องเข้ารับการผ่าตัด ในบางรายอาจเกิดการกลับมาเป็นซ้ำได้เนื่องจากมีริดสีดวงหัวใหม่ๆเกิดขึ้นมาอีก  

 

  • ลดอาการท้องผูก โดยการดื่มน้ำให้มากๆ และเลือกรับประทานอาหารที่มีกากเส้นใยมากๆ เช่นผักและผลไม้ ถ้ายังท้องผูกอีกให้เลือกใช้ยาระบายแบบสารเพิ่มกากใยหรือสารที่ไปทำให้อุจจาระนุ่ม

 

  • ถ้านั่งทำงานนานๆ ควรเปลี่ยนอิริยาบถในเวลาพักบ้าง โดยลุกขึ้นเดินอย่างน้อยชั่วโมงละครั้ง

 

  • หลีกเลี่ยงการดื่มสุราที่จะไปทำให้ร่างกายขาดน้ำ ผลที่ตามมาจะส่งผลให้อุจจาระแข็ง ขับถ่ายลำบาก

 

หากอยากทราบข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับริดสีดวงทวาร ยาที่ใช้ในการรักษา การดูแลตัวเองและคนรักในครอบครัว สามารถขอคำแนะนำเพิ่มเติมได้จากเภสัชกรใจดีที่ร้านยาหรือที่โรงพยาบาลได้เลยครับ พวกเราเภสัชกรยินดีและเต็มใจรับใช้พี่น้องครับ

 

แหล่งข้อมูล

 

 

 

  • สูรเกียรติ์ อาชานุภาพ, ริดสีดวงทวาร , ตำราการตรวจรักษาโรคทั่วไป

 

  • ธเนศ พัวพรพงษ์ , ริดสีดวงทวาร , www.thaiclinic.com

               Link       http://www.oknation.net

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

 

 

พิมพ์จาก : http://healthfood.muslimthaipost.com/main/index.php?page=sub&category=57&id=19418
วันที่ : 19 เมษายน 57 11:22:31
สำนักข่าวมุสลิมไทยโพสต์ http://www.muslimthaipost.com