หมั่นโถวมันเทศผสมงาดำ

7 กย. 56 1411

หมั่นโถวมันเทศผสมงาดำ

 

หมั่นโถวมันเทศผสมงาดำ

 

หมั่นโถว นั่นก็คือ ซาลาเปาไม่มีไส้  

 

หมั่นโถวเป็นอาหารจีนที่มักจะรับประทานควบคู่กับ เป็ดปักกิ่ง ขาหมูตุ๋น  "ขาหมูหมั่นโถว" ชื่อเมนูจากภัตตคารจีนที่คุ้นหูนักชิมทั้งหลาย

 

ในการทำครั้งนี้เติมมันเทศนึ่งและงาดำคั่วบดลงไปด้วย ช่วยเพิ่มรสชาติและคุณค่าทางอาหารลงไปด้วย มันเทศ มีประโยชน์คุณค่ามากมาย 

 

เมล็ดงา ธัญพืชเมล็ดจิ๋ว ที่มากคุณค่า ถ้าจะให้รับประทานเพื่อให้ได้คุณค่าเต็มๆร่างกายย่อยได้ นั่นคือต้องเป็นงาบดละเอียด เพราะว่า งาทั้งเมล็ด ที่ร่างกายไม่สามารถย่อยและดูดฃึมสารอาหารจากเมล็ดงานั้นได้

 

สำหรับบันทึกนี้ 

มีส่วนผสมและขั้นตอนการทำ "หมั่นโถวมันเทศผสมงาดำ" มาฝากนะคะ  จากสูตรที่ได้ทดลองทำเมื่อหลายวันก่อน 

 

มาดูกันค่ะ 

ส่วนผสมประกอบด้วย

 

 

  • แป้งสาลี 500 กรัม
  • มันเทศนึ่งบด 500 กรัม
  • ยีสต์ 1 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำตาลทราย 120 กรัม
  • เกลือป่น 1/2 ช้อนชา
  • งาดำป่น 3 ช้อนโต๊ะ 
  • น้ำมันรำข้าว 30 กรัม
  • น้ำอุ่น 120 กรัม

 

 

หมั่นโถวมันเทศผสมงาดำ

 

วิธีทำ

 

  • ผสมส่วนผสมทั้งหมดผสมให้เข้าด้วยกัน ยกเว้น น้ำมันรำข้าว
  • นวดด้วยเครื่องหรือนวดด้วยมือจนแป้งเข้ากันดี 
  • เติมน้ำมันรำข้าวลงไปนวดผสมจนแป้งเนียนนุ่มไม่ติดมือ
  • พักแป้งไว้ประมาณ 15 นาที ก่อนขึ้นรูป
  • ...

 

 

หมั่นโถวมันเทศผสมงาดำ

 

การขึ้นรูป (ส่วนนี้ได้ 24 ชื้น)

 

  • ตัดแป้งเป็นก้อน น้ำหนัก 50 กรัมต่อก้อน หรือแบ่งเท่ากันตามต้องการ
  • คลึงแต่ก้อนให้เรียบเนียน เรียงๆไว้ตามลำดับก่อนหลัง
  • จากนั้นก็เริ่มจากก้อนที่1 นำมารีดให้แผ่ออก
  • แล้วม้วนหรือขึ้นรูปแบบต่างๆตามต้องการ
  • วางบนกระดาษซาลาเปา หรือ ถ้วยคัพเค้ก
  • ทำจนหมดแป้ง 
  • พักไว้ให้ขึ้นเป็นสองเท่า เวลาพักประมาณ 40-50 นาที ก่อนนึ่ง
  • ...

 

 

หมั่นโถวมันเทศผสมงาดำ

 

การนึ่ง

 

  • เมื่อขึ้นฟูแล้ว
  • นำไปนึ่งในลังถึงที่น้ำเดือดพล่าน
  • นึ่งนาน 15 นาที
  • เมื่อสุก จัดเสริฟร้อนๆ
  • ...
  • หรือหากต้องทำเก็บไว้ ให้วางพักบนตะแกรงจนเย็น
  • ...

 

หมั่นโถวมันเทศผสมงาดำ

 

เมื่อเย็นสนิท จัดเก็บใส่กล่อง 

เข้าตู้เย็นไว้ได้นาน ประมาณ 7-10 วันในตู้เย็น ช่องธรรมดา

...

 

หมั่นโถวมันเทศผสมงาดำ

 

 

เมื่อจะรับประทานก็นำมาอุ่นร้อนๆ 

.................


ที่มา   http://www.gotoknow.org/posts/525678