เล็บขบเกิดจากอะไร? วิธีรักษาเล็บขบด้วยวิธีธรรมชาติ ทำได้ง่ายๆด้วยตัวเอง

22 มีค. 61     919

หลายคนหลายท่าน คงจะเคยเป็นเล็บขบ กันมาบ้าง มันเจ็บปวดทรมานมาก กลางคืนนอนแทบไม่หลับ มันเจ็บมันปวดหนึบ ยิ่งเวลาที่เดินด้วยแล้วเจ็บปวดมาก แสนทรมานมากเลย ยิ่งคนที่เป็นเล็บขบหนอง เวลาที่เล็บขบ จนหนองแตก ยิ่งทำให้ปวดหนักขึ้นอีกหลายเท่า บางคนบางท่านถึงขนากที่ว่าเล็บถอด เสียเล็บไปเลยก็มี ท่านที่เป็นอยู่ตอนนี้ต้องรีบรักษาครับ เพราะถ้าปล่อยไว้นาน จะทำให้อักเสบได้ เป็นได้ต้องมีวิธีที่จะแก้ให้หายได้ มาดูกันว่า เล็บขบเกิดจากอะไร แล้วเราจะมีวิธีรักษากันอย่างไรบ้าง


เล็บขบเกิดจากอะไร
 

เล็บขบ มีชื่อภาษาอังกฤษว่า Ingrown nail หรือ Ingrown toenail


เล็บขบที่พบบ่อยมาก และคนส่วนใหญ่ที่เป็นกันคือ บริเวณหัวแม่เท้า เล็บจะช่วยป้องกันอันตรายให้นิ้ว ในส่วนของ เล็บจะไม่มีเส้นประสาท จึงทำให้ไม่รู้สึกเกิดอาการเจ็บ เมื่อมีอะไรเกิดขึ้นกับเล็บ แต่เมื่อมีสิ่งที่เข้าไปหมักหมมในผิวหนัง ก็จะทำให้คุณเกิดความเจ็บปวดขึ้นมาเลยทีเดียว ยิ่งปล่อยไว้นาน ไม่รีบรักษาก็จะ ทำให้เกิดอักเสบเป็นหนอง และทำให้เล็บถอดในที่สุด

สาเหตุที่ทำให้เกิดเล็บขบก็คือ การที่ใส่รองเท้าคับมากจนเกินไป จะทำให้เนื้อที่อยู่ด้านข้างของเล็บถูกบีบเข้ามา เล็บก็เลยไปกดเนื้อด้าน ข้างซึ่งเมื่อเล็บงอกก็จะงอกหยั่งลึก ลงไปในเนื้อ ทำให้เกิดอาการเจ็บปวด จึงเรียกว่า เล็บขบ อาการแบบนี้หลายท่านคงจะเคยเป็น โดยเฉพาะเวลาที่ใส่รองเท้าบูท เดินแทบไม่ได้เลย มันแสบมันร้อนปวด หรือการที่ตัดเล็บ อย่างไม่ถูกวิธี ก็จะทำให้ เล็บที่งอกใหม่ไปทิ่มที่ซอกเล็บ จนทำให้เกิดเป็นแผล มีอาการปวดขึ้นมา และทำให้ติดชื้อราที่เล็บได้


เล็บขบมีวิธีการรักษาอย่างไร

วิธีการรักษาเล็บขบ เวลาที่เล็บขบมีอาการปวดมาก เอายาแก้ปวดมาทาน อย่างไรก็ไม่หาย เพียงบรรเทา เพียงชั่วคราวเท่านั้น ฉะนั้นจึงต้องรีบรักษาให้หาย การรักษานั้นมีวิธีการรักษาแบบง่ายๆ ครับ

ซึ่งวิธีที่จะบอกนี้ เป็น อาการของเล็บขบไม่มาก อาการเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ไม่ถึงกับเป็นหนอง ให้ทำดังนั้นครับ เอาเท้าแช่น้ำอุ่นๆ หรือแช่ ในน้ำเกลืออุ่นๆ ประมาณ 10 นาที เพื่อเป็นการบรรเทาอาการเจ็บปวด แล้วให้ค่อย ๆ ตัดเล็บส่วนเกิน ที่ไม่เจ็บออก เพื่อไม่ให้สิ่งสกปรกติดค้างอยู่ เพราะจะให้เกิดการอักเสบ ให้ใช้แอลกอฮอล์เช็ดทำความสะอาด แล้วให้งัดเล็บที่หยั่งขึ้นมา แล้วกินยาแก้ปวด จะทำให้ลงอาการปวดลงได้

ทั้งหมดนี้เป็นวิธีการักษาแก้ปัญหาเบื้องต้นเท่านั้น ทางที่ดีเพื่อเป็นการป้องกัน ควรหมั่นทำวามสะอาดเล็บ ระวังไม่ให้สิ่งสกปรกเข้าไปในเล็บ หมั่นตัดเล็บอยู่เสมอ หลีกเลี่ยงการใส่รองเท้าที่คับแคบ สำหรับท่านใดที่รักษาไม่หายควรไปพบแพทย์จะดีกว่า ปล่อยไว้ให้เรื้อรัง จะทำให้อักเสบ บางทีแพทย์อาจจะต้องถอดเล็บให้

ที่มา              www.klangpanya.com

เป็นเพื่อน Line กับเรา