บอกลาโรคกรดไหลย้อน ด้วย 7 พฤติกรรมเปลี่ยนชีวิต

14 กย. 60     272

บอกลาโรคกรดไหลย้อน ด้วย 7 พฤติกรรมเปลี่ยนชีวิต

โรคกรดไหลย้อน เชื่อไหมว่าแค่เพียงปรับเปลี่ยนพฤติกรรมบางอย่างก็หายขาดได้ เราลองไปดูกันดีกว่าว่าพฤติกรรมใดบ้างที่ควร ลด ละ เลิก

ในปัจจุบันโรคกรดไหลย้อนถือเป็นโรคยอดฮิตในหมู่วัยคนทำงาน ซึ่งสาเหตุเกิดมาจากวิถีการดำรงชีวิตที่เร่งรีบ และการกินอาหารที่ไม่ถูกสุขลักษณะ วิธีการรักษาโรคกรดไหลย้อน นอกจากการทานยาเพื่อรักษาอาการแล้ว ยังมีพฤติกรรมบางอย่างที่สามารถช่วยหยุดชะงักโรคกรดไหลย้อนได้ด้วยค่ะ โดยเริ่มจากการปรับเปลี่ยนอาหารการกินและการสวมใส่เสื้อผ้า วันนี้กระปุกดอทคอมเลยนำข้อมูลที่น่าสนใจจากเว็บไซต์ health.com มาเล่าสู่กันฟัง ซึ่งเขาแนะนำว่า ถ้าปฏิบัติตัวตามนี้ รับรองว่าหายจากโรคกรดไหลย้อนแน่นอนเลยล่ะ

 1. ทานมื้อเล็ก ๆ แต่บ่อย ๆ

อาหารคือตัวการทำให้เกิดอาการกรดไหลย้อน โดยเฉพาะอาหารจำพวกบุฟเฟ่ต์ซึ่งเป็นใบสั่งอย่างดีที่ทำให้เกิดอาการกรดไหลย้อน เพราะท้องที่เต็มแน่นไปด้วยอาหารคือสาเหตุที่ทำให้วาล์วระหว่างกระเพาะอาหารและหลอดอาหาร (หรือที่เรียกว่ากล้ามเนื้อหูรูดของหลอดอาหารส่วนล่าง หรือ LES) คลายตัวและส่งผลให้กรดในกระเพาะอาหารไหลย้อนกลับขึ้นมาในหลอดอาหารได้ แต่ถ้าเราเปลี่ยนมากินมื้อเล็ก ๆ ตลอดทั้งวัน แทนการกินตามมื้อมาตรฐานอย่างมื้อเช้า, กลางวัน, เย็น จะสามารถลดการเกิดอาการกรดไหลย้อนได้ อ้อ ! และอย่าให้ทานมื้อสุดท้ายดึกจนเกินไปเชียว เพราะการกินอาหารก่อนนอนก็สามารถทำให้เกิดกรดไหลย้อนได้เช่นกัน

 2. บ๊าย บาย เค้ก

เป็นที่รู้กันดีว่าช็อกโกแลตและคาเฟอีนการทำให้เกิดอาการกรดไหลย้อนที่รุนแรงได้ ดังนั้นการกินอาหารที่มีส่วนประกอบของช็อกโกแลตและคาเฟอีน โดยเฉพาะ บรรดาเค้กและของหวานต่างๆ จึงอาจทำให้อาการกรดไหลย้อนกำเริบได้ ซึ่งนอกจากช็อกโกแลตและคาเฟอีนแล้ว ในบรรดาอาหารที่มีผลทำให้เกิดอาการไหลย้อน ก็ยังมีอาหารที่มีรสชาติเผ็ด, เนื้อแดงที่อุดมไปด้วยไขมัน, เฟรนส์ฟรายส์และอาหารทอดชนิดอื่น ๆ, ผลไม้ที่มีรสเปรี้ยว, หัวหอมสด, มะเขือเทศ, เนย, น้ำมัน, สะระแหน่ ซึ่งคนที่ป่วยเป็นกรดไหลย้อนควรงดค่ะ

 3. งดเครื่องดื่มแอลกอฮอลล์

แอลกอฮอลล์เป็นสิ่งที่เลวร้ายที่สุดสำหรับคนที่เป็นโรคกรดไหลย้อน โดยเฉพาะเมื่อดื่มมาจนเกินไปหรือดื่มเป็นประจำ เพราะแอลกออฮอลล์จะทำให้กล้ามเนื้อหูรูดของหลอดอาหารส่วนล่างคลายตัวซึ่งจะทำให้กรดในกระเพาะอาหารไหลย้อนกลับขึ้นไปในหลอดอาหารได้ วารสารทางการแพทย์ อย่าง "The American Journal of Medicine" ได้ศึกษาเมื่อปี 1999 พบว่าอัตราของผู้ป่วยโรคกรดไหลย้อนเพิ่มตามจำนวนเครื่องดื่มที่บริโภคต่อสัปดาห์ โดยผู้ที่ดื่มมากว่า 7 ครั้งต่อสัปดาห์ มีแนวโน้มจะเป็นโรคกรดไหลย้อน รู้แบบนี้แล้ว เลี่ยงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์กันเถอะ

 4. ลดน้ำหนักกันเถอะ

การมีน้ำหนักส่วนเกินก็สามารถทำให้เป็นโรคกรดไหลย้อนได้เช่นกัน โดยวารสารทางการแพทย์ "International Journal of Epidemiology" ได้ทำการในศึกษาปี 2003 กับคนจำนวน 10,000 คน พบว่าอาการกรดไหลย้อนมีความเชื่อมโยงกันกับค่าดัชนีมวลกาย (BMI) โดยคนที่มีน้ำหนักส่วนเกินมากเกินไป มีแนวโน้มจะเป็นโรคกรดไหลย้อนได้มากว่าคนที่มีน้ำหนักปกติถึงสามเท่า

 5. เลิกสวมเสื้อผ้าที่รัดแน่นเกินไป

การสวมเสื้อผ้าที่รัดรอบ ๆ บริเวณหน้าท้องส่วนกลางมากเกินไปก็ทำให้กระเพาะอาหารถูกกดและดันให้กรดในกระเพาะอาหารเข้าสู่หลอดอาหาร แม้ว่ากางเกงพวกนั้นจะดูน่ารัก แต่มันคงไม่คุ้มค่าหากต้องแลกกับการเป็นโรคกรดไหลย้อนจริงไหมคะ

 6. นอนยกหัวให้สูงขึ้นช่วยให้หลับสบายกว่า

นอกจากการเลี่ยงการกินอาหารก่อนนอนสามารถลดอาการกรดไหลย้อนในขณะหลับได้แล้ว การยกหัวขึ้น 6 - 8 นิ้วในขณะที่หลับก็สามารถทำให้หลับสบายได้มากขึ้นด้วย ซึ่งการนอนท่านี้ไม่ได้ลดความถี่ของอาการกรดไหลย้อนแต่อย่างใด แต่จากการวิจัยนั้นพบว่า ท่านอนนี้สามารถช่วยให้กรดในกระเพาะอาหารไหลออกจากหลอดอาหารได้เร็วขึ้นถึง 67%

 7. ลด ละ เลิกสูบบุหรี่

รู้หรือไม่ว่านอกจากการสูบบุหรี่จะทำลายหัวใจและปอดแล้ว มันยังไปทำลายระบบการย่อยอาหารอีกด้วย เพราะนิโคติน และแอลกอฮอลล์ ทำให้เป็นอาการกรดไหลย้อนที่รุนแรงได้โดยที่ทำให้กล้ามเนื้อหูรูดของหลอดอาหารส่วนล่างคลายตัว ซึ่งทำให้กรดในกระเพาะไหลขึ้นไปที่หลอดอาหารได้

นอกจากนี้ การสูบบุหรี่ยังทำให้เกลือน้ำดีย้ายจากลำไส้เล็กไปอยู่ในกระเพาะอาหาร และทำให้น้ำลายผลิตออกมาน้อยลง โดยหน้าที่หนึ่งของน้ำลายก็คือจะไปช่วยล้างกรดในกระเพาะอาหารให้ออกจากหลอดอาหาร ดังนั้น เมื่อน้ำลายผลิตออกมาน้อย กรดในหลอดอาหารจะไม่ถูกชะล้างออกไป ทำให้เสี่ยงเป็นโรคกรดไหลย้อนได้ค่ะ

แม้ว่าอาการของโรคกรดไหลย้อนนั้นจะสามารถเกิดขึ้นได้ง่าย แต่ถ้าหากเราดูแลรักษาสุขภาพและปรับเปลี่ยนวิถีการใช้ชีวิตให้เหมาะสมก็สามารถทำให้หายขาดจากอาการโรคนี้ได้ ไม่ใช่เรื่องยากที่จะทำเพื่อสุขภาพที่ดีนะคะ

เป็นเพื่อน Line กับเรา