162 ... สูตรเด็ด นมแม่เพื่อลูกน้อย

24 สค. 60     156

162 ... สูตรเด็ด นมแม่เพื่อลูกน้อย

เมื่อการสร้างเสริมสุขภาพให้ยั่งยืน เริ่มตั้งแต่กระบวนการที่คุณพ่อคุณแม่ร่วมสร้างชีวิตเล็กๆ “นมแม่” จึงเป็นกระบวนการเริ่มแรกของการสร้างชีวิต สู่การเติบโตเป็นบุคคลที่มีคุณภาพ เพราะนอกจากนมแม่จะเป็นอาหารสำคัญสำหรับทารกแล้ว ยังมีส่วนกระชับสายสัมพันธ์ในครอบครัวให้แน่นแฟ้นอีกด้วย

กว่า  36  ปีที่ผ่านมา มูลนิธิศูนย์นมแม่แห่งประเทศไทย และภาคีเครือข่าย ร่วมกันรณรงค์ส่งเสริมให้เด็กทารกได้กินนมแม่อย่างน้อย 6 เดือน และกินนมแม่ควบคู่อาหารตามวัยจนถึงอายุ 2 ขวบ รวมถึงผลักดันจน พ.ร.บ.ว่าด้วยการตลาดอาหารสำหรับทารกและเด็กเล็ก (International Code of Marketing of Breast milk substitutes) ผ่านความเห็นชอบจากสภานิติบัญญัติไปเมื่อวันที่ 4 เมษายน 2560 และเพื่อเป็นการต้อนรับวาระสัปดาห์นมแม่โลก ในปีนี้กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข จึงร่วมกับองค์กร Alive and Thrive องค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และมูลนิธิศูนย์นมแม่แห่งประเทศไทย จัดงาน "รวมพลัง สร้างสังคมนมแม่ ให้ยั่งยืน" เพื่อร่วมเฉลิมฉลองการมีพระราชบัญญัติฉบับใหม่ ที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษาไปเมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม 2560 ที่ผ่านมา

ซึ่งข้อสำคัญของ พ.ร.บ.ดังกล่าว คือ ในโรงพยาบาล คลินิก และสถานที่ราชการอื่นๆ จะไม่มีการแจกนมผงฟรีให้กับแม่หลังคลอดและแม่ที่มีลูกเล็ก รวมทั้งแม่ที่มารับบริการรักษาพยาบาล สำหรับในสถานที่ทำงาน ไม่ว่าจะเป็น สถานประกอบการ โรงงาน หรือในออฟฟิส จะไม่มีการแจกนมผงฟรีให้กับหญิงตั้งครรภ์และหลังคลอด

“พ.ร.บ.นี้ เป็นกฎหมายห้ามโฆษณาอาหารทารกอายุ 0-12 เดือน ขณะที่อาหารเด็กเล็ก 1-3 ปี โฆษณาได้ แต่ต้องไม่เป็นการโฆษณาข้ามผลิตภัณฑ์ หรือสื่อถึงอาหารทารก และห้ามไม่ให้มีการส่งเสริมการขายอาหารสำหรับทารกและเด็กเล็ก” ศ.คลินิก พญ.ศิราภรณ์ สวัสดิวร เลขาธิการศูนย์นมแม่แห่งประเทศไทย อธิบายเพิ่มเติม

เส้นทางการฝ่าฟันและผลักดันให้เกิด พ.ร.บ.ดังกล่าวนี้ แม้ว่าจะเจออุปสรรคที่หนักบ้างเบาบ้าง แต่ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องไม่เคย ลด ละ ความพยายามลง เพียงเพื่อให้เด็กไทยได้กินนมแม่ เพราะไม่มีนมผงยี่ห้อใดมีสารอาหารที่เทียบเท่านมแม่ได้ 100% เนื่องจากนมแม่มีสารอาหารมากกว่า 200 ชนิด รวมถึงแร่ธาตุและภูมิคุ้มกันโรคต่างๆ ที่มีประโยชน์ต่อการเจริญเติบโต พัฒนาสมอง และจอประสาทตา ทำให้เด็กสามารถเรียนรู้สิ่งต่างๆ ได้อย่างรวดเร็ว

โดยในงานสัปดาห์นมแม่โลกปีนี้ ยังชูประเด็น “นมแม่ 162” ซึ่งตัวเลขรหัสแต่ละตัวนั้น

ความหมายของ รหัส “1” คือ การเริ่มต้นให้ลูกดูดนมแม่เร็วที่สุดหลังคลอดภายใน  1 ชั่วโมงแรก และให้แม่และลูกได้อยู่ด้วยกันตลอดตั้งแต่นั้น เพราะหลังจากการคลอดนั้นน้ำนมแม่จะมาเร็ว ลูกจะดูดนมเป็นเร็วโดยจะต้องเริ่มตั้งแต่ชั่วโมงแรกหลังเกิด นอกจากนี้ลูกจะได้รับภูมิคุ้มกันจากอกแม่ผ่านสัมผัสผิวของแม่โดยธรรมชาติ เชื้อแบคทีเรียที่อยู่รอบๆ ตัวแม่จะเป็นเชื้อประจำถิ่นซึ่งเล็ดลอดไปกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันให้ลูก เมื่อนำลูกวางบนอกแม่ ลูกจะสามารถคลานไปกินนมแม่จากอกแม่ด้วยตัวเอง และนอกจากลูกจะได้กินน้ำนมส่วนหน้าที่มีประโยชน์มหาศาลแล้วนั้น สายสัมพันธ์จากการโอบกอดแนบเนื้อ (Skin to Skin Contact) สร้างขึ้นเป็นสายใยแห่งความผูกพันตั้งแต่แรกเกิด เมื่อลูกและแม่โอบกอดกันนั้น ออกซิโทซิน (Oxytocin) ฮอร์โมนแห่งความรัก-ผูกพัน จะช่วยกระตุ้นความรู้สึกการเป็นแม่ (mother hormone) ซึ่งทุกครั้งที่มีการโอบกอดฮอร์โมนตัวนี้จะหลั่งมากขึ้น นอกจากนั้นฮอร์โมนเอนโดฟิน (Endophins) ยังช่วยให้ความรู้สึกเป็นแม่ดีขึ้นด้วย

สำหรับ รหัส “6” คือ การให้นมแม่อย่างเดียวใน 6 เดือนแรก โดยไม่ต้องให้น้ำหรืออาหาร เพราะนมแม่มีสารอาหารมากกว่า 200 ชนิด รวมถึงแร่ธาตุและภูมิคุ้มกันโรคต่าง ๆ ซึ่งครบถ้วนและเพียงพอสำหรับลูกน้อย เมื่อหลังจาก 6 เดือนไปแล้วจึงจะให้นมแม่ควบคู่ไปกับอาหารตามวัยได้ จากหลักฐานทางวิทยาศาสตร์บ่งชี้ว่า ลูกน้อยที่กินนมแม่อย่างเดียวใน 6 เดือนแรกจะมีผลดีกับการเติบโตและพัฒนาการของลูก เพราะนมแม่มีคุณค่าและพลังงานที่เหมาะสมกับความต้องการของ ช่วยลดอัตราการเสียชีวิตในทารกจากโรคร้ายต่างๆ เช่น โรคติดเชื้อในทางเดินอาหาร ในทางเดินหายใจ (ปอดบวม) หรือหูอักเสบ ช่วยให้ร่ายกายของทารกฟื้นตัวเร็วเมื่อเจ็บป่วย และยังช่วยแม่คุมกำเนิดโดยธรรมชาติด้วย และส่งเสริมสายสัมพันธ์ระหว่างแม่กับลูกน้อยด้วย เพราะจากการอุ้มลูกกินนม ทำให้สายสัมพันธ์นั้นแนบชิดและเกิดความผูกพันทางใจอย่างน่าอัศจรรย์

รหัส “2” คือ การให้นมแม่ต่อเนื่องพร้อมให้อาหารตามวัย จนถึงอายุ 2 ปี หรือนานกว่านั้น เมื่อลูกน้อยอายุ 6 เดือน ก็ต้องเริ่มกินอาหารตามวัย เพราะเด็กวัยนี้ต้องได้รับพลังงานและสารอาหารครบถ้วนและเพียงพอ ซึ่งมีผลต่อการสร้างเซลล์สมอง ระบบประสาท กล้ามเนื้อ กระดูก และอวัยวะต่างๆ ให้สมบูรณ์ เติบโตอย่างเต็มศักยภาพ โดยเน้นการกินอาหารครบ 5 หมู่ ทั้ง 3 มื้อ และกินนมแม่อย่างต่อเนื่องถึง 2 ปี หรือนานกว่านั้น เพราะสารอาหารในนมแม่ยังคงเสริมพัฒนาการทางสมอง ป้องกันโรคต่างๆ ให้ลูกน้อยไปอย่างต่อเนื่อง

เป็นเพื่อน Line กับเรา