หมวดหมู่
สุขภาพ
หน้าหลัก       ยินดีต้อนรับสู่คลังความรู้มุสลิมไทยโพสต์

วิธีลดความอ้วนที่ได้ผลเร็วที่สุด วิธีลดความอ้วน ภายใน 7 วัน วิธีลดความอ้วนแบบธรรมชาติ วิธีลดความอ้วนภายใน3วัน วิธีลดความอ้วนของผู้ชาย ภาษาอาหรับที่เจอบ่อย      คำง่ายๆภาษาอาหรับ    ศัพท์เกาหลีแบ่งเป็นหมวด    คำศัพท์เกาหลี เรียกญาติ    ศัพท์เกาหลีง่ายๆ     
   คำศัพท์ญี่ปุ่น เรียกญาติ    วันเดือนปีในภาษามลายู    การเขียนวันเดือนปีในภาษามลายู    ศัพท์ยาวี    ศัพท์ญี่ปุ่นแบ่งเป็นหมวด     ภาษาไทยน่ารู้    
สระ 32 ตัว    ซาร่า ปาทาน    ขวัญกมล ปาทาน    น.ส.ขวัญกมล ปาทาน     ศัพท์อาหรับที่เจอบ่อย ศัพท์ญี่ปุ่นง่ายๆ  

 


ค้นหา
หากมีคำค้นหลายตัว สามารถคั่นด้วย comma (,)
หน้าหลัก >> แหล่งข้อมูล โรคต่างๆ >> โรคไข้เลือดออก
พิมพ์หน้านี้  |  ส่งให้เพื่อน
โครงงานเรื่องโรคไข้เลือดออก
คำค้น : โรคไข้เลือดออก

โครงงานเรื่องโรคไข้เลือดออก งานวิจัย เกี่ยวกับโรคไข้เลือดออก งานวิจัยโรคไข้เลือดออก

โครงงานเรื่องโรคไข้เลือดออก

          โรคไข้เลือดออกเป็นโรคที่เกิดจากการติดเชื้อไวรัสชนิดหนึ่งและมียุงลายเป็น พาหะนำโรค มักพบในเด็กอายุ 5-10 ปี ปัจจุบันยังไม่มีวัคซีนป้องกันจำหน่าย

สาเหตุ
         โรคไข้เลือดออก เป็นโรคติดต่อที่เกิดจากยุงลาย (Aedes aegyti) ตัวเมีย บินไปกัดคนที่ป่วยเป็นไข้เลือดออกโดยเฉพาะช่วงที่มีไข้สูง เชื้อไวรัสเดงจะเพิ่มจำนวนในตัวยุงประมาณ 8-10 วัน ไปเกาะที่ผนังกระเพาะและต่อมน้ำลายของยุง เมื่อยุงกัดคนก็จะแพร่เชื้อสู่คน เชื้อจะอยู่ในร่างกายคนประมาณ 2-7 วันในช่วงที่มีไข้ หากยุงกัดคนในช่วงนี้ก็จะรับเชื้อไวรัสมาแพร่ให้กับคนอื่น ซึ่งส่วนใหญ่มักจะเป็นเด็ก
          โรคนี้ระบาดในฤดูฝน ยุงลายชอบออกหากินในเวลากลางวันตามบ้านเรือน และโรงเรียน ชอบวางไข่ในน้ำสะอาดที่อยู่นิ่งๆ ตามภาชนะที่มีน้ำขัง เช่น ยางรถยนต์ กะลา กระป๋อง จานรองขาตู้กับข้าว แต่ไม่ชอบวางไข่ในท่อระบายน้ำ ห้วย หนอง คลอง บึง ฯลฯ

อาการ
        
ระยะไข้สูง - มีอาการไข้ขึ้นสูง 2-7 วัน เบื่ออาหาร อาเจียนออกมามีสีน้ำตาลปนอยู่ ปวดศีรษะไข้ขึ้นสูง 38-40 องศาเซลเซียส ปวดท้อง ปวดกล้ามเนื้อ วันที่ 2-3 ผู้ป่วยมักซึมลงหน้าแดง ตัวแดง อาจมีผื่น หรือจุดเลือดออกตามผิวหนัง 60-90% ตรวจพบตับโต การตรวจ Tourniquet test ให้ผลบวก
          ระยะวิกฤติ (ระยะช็อคและเลือดออก)  -  ไข้ลด (ประมาณวันที่ 3-6 ของโรค) อาการทรุดลงเข้าสู่ภาวะช็อค เริ่มมีอาการกระสับกระส่าย มือเท้าเย็น ชีพจรเต้นเร็ว ความดันโลหิตตก อาเจียนมาก ปวดท้อง
          ระยะฟื้น - อาการทั่วไปดีขึ้น ความดันโลหิตและชีพจรกลับเป็นปกติ ปัสสาวะออกมากขึ้น ตับที่โตจะลดขนาดลงภายใน 1-2 สัปดาห์ เริ่มรับประทานอาหารได้ มักมีผื่นแดงที่ขา ปลายเท้า

ความรุนแรงของโรค
        ความรุนแรงของโรคไข้เลือดออกจัดได้เป็น 4 ระดับ
     •Grade 1 ผู้ป่วยไม่ช็อก เป็นไข้เลือดออกโดยที่ไม่มีจุดเลือดออก ทำ touniquet test ให้ผลบวก
     •Grade 2 ผู้ป่วยไม่ช็อก มีจุดเลือดออกตามผิวหนัง มีเลือดกำเดาไหล หรืออาเจียนเป็นเลือด
     •Grade 3 ผู้ป่วย่ช็อก มีความดันโลหิตต่ำ ชีพขจรเร็ว pulse pressure แคบ เหงื่อออก กระสับกระส่าย
     •Grade 4 ผู้ป่วย่ช็อกรุนแรง วัดความดันโลหิตไม่ได้

ภาวะโรคแทรกซ้อนอื่นๆ
           •ตับวาย  
           •ไตวาย  
           •สมองทำงานผิดปกติ

การรักษา
        -
ผู้ป่วยที่ไม่อาเจียนให้ดื่มน้ำหรือน้ำเกลือแร่มาก ๆ วิธีสังเกตว่าดื่มน้ำพอหรือไม่ ให้ดูปัสสาวะ ควรมีสีใส
           - ควรพบแพทย์เป็นระยะ ๆ ตามนัด เพื่อเฝ้าดูอาการที่อาจเป็นอันตรายอย่างใกล้ชิด
           - ถ้าอาเจียนมาก ซึม เพลียมาก มีอาการของช็อคและมีอาการเลือดออก หรือหากมีอาการแทรกซ้อนอื่น เช่น ตับอักเสบรุนแรง ตับวาย สมองอักเสบ ควรรับการรักษาในโรงพยาบาล
           - ให้ยาแก้ไข้พาราเซตามอล แต่ห้ามใช้แอสไพริน เพราะจะทำให้ระคายกระเพาะ มีโอกาสมีเลือดออกทางกระเพาะง่าย และทำให้การทำงานหาเกล็ดเลือดผิดปกติ

วิธีป้องกันโรค
          1.พยายามไม่ให้ยุงกัด
          2.ปราบและทำลายแหล่งเพาะพันธุ์ยุง ซึ่งชอบวางไข่ในน้ำสะอาดที่อยู่นิ่งๆ ตามภาชนะต่างๆ ที่มีน้ำขัง
          3.ผู้ป่วยที่เป็นไข้เลือดออกไม่ควรให้ถูกยุงกัดภายใน 5 วันแรกของโรค เพราะผู้ป่วยยังมีไวรัสอยู่ในเลือดทำให้แพร่เชื้อไปให้คนอื่นได้
          4.รายงานคนไข้ไปที่โรงพยาบาลหรือสาธารณสุขจังหวัด  เพื่อส่งเจ้าหน้าที่ไปทำการกำจัดยุงบริเวณนั้นและควบคุมโรคก่อนที่จะมีการ ระบาดเพิ่ม

ที่มาของข้อมูล : http://th.wikipedia.org/
                        www.siamhealth.net/public_html/Disease/infectious/dhf.htm
                        www.inf.ku.ac.th/article/nurse/500129/deng.html
ที่มาของภาพ : http://health.giggog.com/113054
                      http://region2.prd.go.th/ewt_news.php?nid=1015&filename=index

 

งานวิจัย เกี่ยวกับโรคไข้เลือดออก

ผลงานวิจัย ด้านกีฏวิทยาทางการแพทย์

 

จัดทำโดย : ฝ่ายชีววิทยาและนิเวศวิทยา กลุ่มงานกีฏวิทยาทางการแพทย์
สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สาธารณสุข
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์กระทรวงสาธารณสุข
โทร. 0-2589-9850-8 ต่อ 99245
e-mail : usavadee@dmsc.moph.go.th
บรรณาธิการ : ดร. อุษาวดี ถาวระ
คณะผู้จัดทำ : นส. ศศิธร อยู่เสถียร
นส. ฤทัยรัตน์ ศรีธมรัตน์
นายอภิวัฏ ธวัชสิน
นายจิตติ จันทร์แสง
ดร. อุรุญากร จันทร์แสง
นายวิชัย คงงามสุข

คำนำ

        โรคต่างๆ ที่นำโดยแมลง ยังคงเป็นปัญหาที่สำคัญทางสาธารณสุขของประเทศไทย ตามหลักการในการป้องกันและกำจัดแมลงพาหะเหล่านี้ข้อมูลพื้นฐานที่เกี่ยวกับ ชีววิทยา ความสัมพันธ์ของแมลงกับโรคนั้นๆ ตลอดจนนิเวศวิทยาที่มีผลต่อศักยภาพของแมลงในการนำโรคในสภาพธรรมชาติ เป็นสิ่งจำเป็นที่จะช่วยให้สามารถหาแนวทางในการป้องกันกำจัดแมลงพาหะได้ อย่างเหมาะสม และสามารถวางแผนดำเนินการ แก้ไขปัญหาทางสาธารณสุขในระยะยาวได้อย่างถูกต้องยั่งยืน

        หนังสือเล่มนี้เป็นผลจากการรวบรวมการศึกษาวิจัยอย่างครบวงจรเกี่ยวกับแมลงพาหะนำโรค ของฝ่ายชีววิทยาและนิเวศวิทยา กลุ่มกีฏวิทยาทางการแพทย์ ซึ่งได้ดำเนินการวิจัยตั้งแต่ พ.ศ. 2530 - 2544 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเผยแพร่ความรู้ให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการควบคุมแมลงพาหะนำโรค ตลอดจน นักวิชาการ อาจารย์ นิสิต นักศึกษา นักเรียน และผู้สนใจทั่วไป เพื่อให้สามารถนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์และได้ผลคุ้มค่าแก่ประชาชน อันจะนำมาซึ่งคุณภาพชีวิตทีดีต่อไป

                                      
                                    ดร.นพ.ปฐม สวรรค์ปัญญาเลิศ
                                 ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สาธารณสุข

 

                   

การเปิดจะต้องใช้โปรแกรม Acrobat Reader ถ้ายังไม่มีโปรแกรมดังกล่าว คลิกที่ Adobe Acrobat Reader เพื่อทำการติดตั้งในเครื่องของท่าน

งานวิจัยยุงพาหะโรคไข้สมองอักเสบ

งานวิจัยยุงพาหะโรคไข้เลือดออก

งานวิจัยยุงพาหะโรคฟิลาเรีย หรือโรคเท้าช้าง

งานวิจัยยุงพาหะหลายชนิด

งานวิจัยแมลงวันและแมลงกินได้

งานวิจัยเหา

 

งานวิจัยโรคไข้เลือดออก

กลุ่มวิจัยโรคไข้เลือดออกและไวรัสเด็งกี่
- งานวิจัยด้านโรคไข้เลือดออกและไวรัสเด็งกี ได้แก่ การศึกษาพยาธิกำเนิด และพยาธิสรีรวิทยาของโรคไข้เลือดออก การใช้เทคโนโลยีชีวภาพและพันธุวิศวกรรมในการผลิตชุดตรวจวินิจฉัยโรคไข้เลือด ออก

ความสนใจของกลุ่มวิจัย


1. การศึกษาทางด้านสาเหตุและกลไกที่ทำให้เกิดโรค เป็นงานวิจัยพื้นฐานเกี่ยวกับการตอบสนองของระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายต่อ การติดเชื้อไวรัสเด็งกี ทั้งในส่วนของภูมิคุ้มกันชนิดเซลล์ แอนติบอดี และระบบคอมพลิเมนต์ รวมถึงปฏิสัมพันธ์ของระบบภูมิคุ้มกันต่อเชื้อ และโปรตีนของไวรัสเพื่ออธิบายถึงกลไกในการทำให้เกิดโรคไข้เลือดออก
2. การศึกษาไวรัสเด็งกีในระดับอณู เป็นการศึกษาคุณสมบัติและกลไกการทำงานของโปรตีนบางชนิดของไวรัสเด็งกีซึ่ง เกี่ยวข้อง กับการเพิ่มจำนวนของไวรัส เช่น โปรตีน prM , NS1 และ C โดยการดัดแปลงสารพันธุกรรมบางตำแหน่งที่ควบคุมการสร้างโปรตีน ดังกล่าวใน infectious cDNA clone ซึ่งจะมีผลพลอยได้ในการสร้างไวรัสสายพันธุ์ใหม่ ที่อาจมีคุณสมบัติใช้เป็นวัคซีนโรคไข้เลือดออกได้
3. การพัฒนาวิธีการตรวจวินิจฉัยโรคไข้เลือดออก เน้นการวิจัยและพัฒนาวิธีการตรวจหาระดับแอนติบอดี ไวรัสแอนติเจน และสารพันธุกรรม ของไวรัสเด็งกีในเลือดและสิ่งส่งตรวจจากผู้ป่วย รวมถึงการผลิตรีคอมบิแนนต์โปรตีนของไวรัสเด็งกีและการผลิตโมโนโคลน อลแอนติบอดี ต่อโปรตีนซึ่งเป็นองค์ประกอบของไวรัส เพื่อใช้เป็นสารตั้งต้นในการพัฒนาชุดตรวจวินิจฉัยโรคไข้เลือดออกการดำเนิน งานวิจัย โรคไข้เลือดออกของหน่วยฯประกอบด้วยกลุ่มวิจัยย่อย ที่ดำเนินการในรายละเอียดที่แตกต่างกัน ได้แก่

- Pathophysiology เน้นการศึกษาบทบาทและกลไกการทำงานของโปรตีน NS1 ของไวรัสเด็งกีที่มีผลต่อระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย ชนิด complement ซึ่งอาจเป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้เกิดรูรั่วที่ผนังหลอดเลือด ที่เป็นอาการสำคัญของผู้ป่วยไข้เลือดออก
- Molecular virology ทำการศึกษาหน้าที่และโครงสร้างระดับอณูของโปรตีนส่วนต่างๆ ของไวรัสเด็งกี เช่น NS1, prM และ C โดยการดัดแปลงยีนบางตำแหน่ง ที่ควบคุมการสร้างโปรตีนของไวรัสจาก infectious cDNA clone
- Protein-protein interaction ทำการคัดเลือกโปรตีนจากเซลล์เจ้าบ้านที่มีปฏิสัมพันธ์กับโปรตีนของไวรัสเด็ง กี โดยใช้เทคนิค Yeast two hybrid (Y2H) ซึ่งอาจนำไปสู่ความเข้าใจในกลไกการเพิ่มจำนวนไวรัสและการตายของเซลล์ที่ติด เชื้อไวรัส
- Monoclonal antibodies การสร้าง hybridoma clones ที่ผลิตโมโนโคลนอลแอนติบอดีต่อโปรตีนส่วนต่างๆของไวรัสเด็งกี รวมถึงการศึกษาคุณสมบัติของแอนติบอดีที่ได้ เพื่อนำไปใช้ในงานวิจัยพื้นฐานของกลุ่มวิจัยต่างๆ และการประยุกต์ใช้เพื่อพัฒนาชุดตรวจ ไวรัสในหลากหลายรูปแบบ
- T-cell immune response ศึกษาระบบภูมิคุ้มกันต่อไวรัสเด็งกี โดยเน้นที่เซลล์เม็ดเลือดขาวชนิดทีลิมโฟซัยด์ของผู้ป่วย ไข้เลือดออก เพื่ออธิบายถึงกลไก ที่ทำให้เกิดโรคผ่านระบบภูมิคุ้มกันชนิดนี้
- Structural Biology เป็นการศึกษาโครงสร้างของไวรัสเด็งกี และโปรตีน NS1 ของไวรัส โดยใช้เทคนิค cryo-electron microscopy ซึ่งอาจนำไปสู่การอธิบายหน้าที่และบทบาทของโปรตีน /ไวรัสต่อการเพิ่มจำนวนและการทำให้เกิดโรคได้
- Proteomics เป็นงานวิจัยที่ใช้เทคนิคโปรตีโอมิกส์ในการศึกษาการตอบสนองของเซลล์เพาะ เลี้ยงในระหว่าง การติดเชื้อไวรัสเด็งกี เพื่อตรวจหาโปรตีนที่แสดงออกในปริมาณที่มากขึ้นหรือน้อยลง โดยเน้นการตรวจหาระยะเริ่มแรกของการติดเชื้อไวรัสเด็งกี เพื่อนำไป สู่การค้นหาหน้าที่ของโปรตีนที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการเกิดพยาธิสภาพของโรค ไข้เลือดออก หรือโปรตีนที่สามารถใช้เป็นตัวบ่งชี้ การติดเชื้อไวรัสเด็งกีได้ Clinical database ทำการเก็บรวบรวมตัวอย่างซีรัมของผู้ป่วยไข้เลือดออกจากโรงพยาบาลศูนย์ 2 แห่ง คือ โรงพยาบาลสงขลาและขอนแก่น โดยตัวอย่างทั้งหมดได้จัดเก็บข้อมูลทางคลินิกร่วมกับข้อมูลทางห้องปฏิบัติ การอย่างเป็นระบบ ทำให้สามารถนำไปใช้ในการศึกษาทางพยาธิวิทยาของโรคได้อย่างมีประสิทธิภาพ
- Bioinformatics ทำหน้าที่ในการวิเคราะห์ข้อมูลเกี่ยวกับลำดับเบสหรือลำดับกรด อะมิโนของไว รัสเด็งกีที่มีอยู่ในฐานข้อมูลกลาง และข้อมูลที่ได้ใหม่ที่ได้จากคนไข้ที่มีความรุนแรงต่างกัน ซึ่งอาจนำไปสู่การอธิบายความสัมพันธ์ระหว่างยีนของไวรัสกับความรุนแรง ของโรคได้

ผลงานเด่นของกลุ่ม
1. งานวิจัยเรื่อง Characterization of dengue virus NS1 stably expressed in 293T cell lines เน้นถึงการศึกษาบทบาทและความสำคัญของโปรตีน NS1 ต่อเชื้อไวรัสเด็งกี เนื่องจากโปรตีนนี้พบได้หลายรูปแบบในเซลล์ที่มีการติดเชื้อและในพลาสมาของ ผู้ป่วยไข้เลือดออก ดังนั้นงานวิจัยจึงมุ่งเป้าเพื่อศึกษากลไกและกระบวนการสร้าง NS1 ภายในเซลล์เพื่อให้ได้โปรตีนในแบบต่างๆ กัน และบทบาทของโปรตีนในแต่ละรูปแบบต่อการเพิ่มจำนวนของเชื้อไวรัสไข้เลือดออก และต่อระบบการตอบสนองของเซลล์ติดเชื้อ โดยคณะผู้วิจัยได้สร้างเซลล์ที่สามารถผลิต NS1 แบบต่างๆ ได้อย่างต่อเนื่อง และทำการศึกษาเซลล์ที่ได้ในด้านต่างๆ ดังนี้ ศึกษากลไกที่โปรตีน NS1 ไปปรากฎบนผิวเซลล์โดยเฉพาะแบบที่เชื่อมต่อกับ glycosylphosphatidylinositol (GPI) และศึกษาคุณสมบัติของ NS1 ในการกระตุ้น complement ในขณะเดียวกันคณะผู้วิจัยได้สร้างไวรัสชนิดกลายพันธุ์ (mutant virus) ที่มีความผิดปกติในตำแหน่งที่มีการเติมน้ำตาลของโปรตีน NS1 จำนวน 3 แห่ง ด้วยวิธี site-directed mutagenesis จาก full-length dengue cDNA clone และทดสอบคุณสมบัติในการเพิ่มจำนวนของไวรัสกลายพันธุ์ที่ได้ งานวิจัยนี้นอกจากเป็นการศึกษาถึงบทบาทของโปรตีน NS1 ในรูปแบบต่างๆ แล้ว ยังเอื้อประโยชน์ต่อการหาไวรัสกลายพันธุ์ที่มีความเหมาะสมในการใช้ทดสอบ vaccine candidate ในสัตว์ทดลอง และยังสามารถนำไวรัสกลายพันธุ์นี้เป็นฐานตั้งต้นในการผลิต NS1 แบบที่ไม่มีการเติมน้ำตาล เพื่อใช้ศึกษาความสามารถในการกระตุ้น complement และศึกษาลักษณะโครงสร้างพื้นฐานของโปรตีนโดย electron microscopy ซึ่งกำลังอยู่ในระหว่างการดำเนินการโดย ผศ. ดร. ปนิษฎี อวิรุทธิ์นันท์ และ ดร. บรรพต ศิริเดชาดิลก
2. การพัฒนาชุดตรวจโรคไข้เลือดออก การพัฒนาชุดตรวจโปรตีน NS1 เพื่อพยากรณ์ความรุนแรงของโรคไข้เลือดออก โดยการวัดปริมาณของโปรตีน NS1 ร่วมกับระดับโปรตีนคอมพลิเมนต์ ชนิด sC5b-9 โดยวิธี ELISA หากผู้ป่วยให้ผลเป็นบวกต่อโปรตีนทั้ง 2 ชนิดจะมีโอกาสจะเป็นไข้เลือดออก ชุดตรวจนี้จะมีความแม่นยำประมาณ 80% ชุดตรวจนี้มีจุดเด่นคือ เป็นชุดตรวจชุดแรกของโลกที่สามารถทำนายว่าเป็นไข้เลือดออกได้ในขณะที่ผู้ ป่วยยังไม่เข้าสู่สภาวะช็อก ขณะนี้คณะนักวิจัยเรื่องนี้ได้ยื่นขอจดสิทธิบัตรในประเทศไทย เยอรมนี และสหรัฐอเมริกาแล้ว โดยศูนย์ประยุกต์และบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยมหิดล เป็นผู้ดำเนินการและออกค่าใช้จ่าย และมีแผนที่จะผลักให้เกิดเป็น commercial kit โดยร่วมลงทุนกับต่างประเทศ โดยมีบริษัทสตางค์ มหาวิทยาลัยมหิดล เป็นผู้ดำเนินการ
3. การใช้ Yeast two hybrid ในการศึกษาโปรตีนของมนุษย์ที่มีปฏิสัมพันธ์กับโปรตีนแคปซิดของไวรัสเด็งกี คณะผู้วิจัยพบว่าโปรตีนแคปซิดของไวรัสเด็งกีมีปฏิสัมพันธ์กับโปรตีนของ มนุษย์ชนิดหนึ่งที่มีความเกี่ยวข้องกับการตายของเซลล์ คือ โปรตีน Daxx ซึ่งปฏิสัมพันธ์ดังกล่าวแสดงให้เห็นได้ในเซลล์ตับที่ติดเชื้อไวรัสเด็งกีโดย วิธี co-immunoprecipitation และการย้อมโปรตีนภายในเซลล์แบบ double immuno-fluorescence staining จากการย้อมเซลล์แบบดังกล่าวทำให้ทราบว่า โปรตีนส่วนใหญ่อยู่ร่วมกันบริเวณนิวเคลียสของเซลล์ นอกจากนี้ในเซลล์ตับที่มีการสร้างโปรตีนแคปซิดของไวรัสเด็งกีสามารถกระตุ้น ให้มีการตายของเซลล์โดยกระบวนการ apoptosis ผ่านทางโปรตีน Fas การศึกษาดังกล่าวแสดงให้เห็นว่าปฏิสัมพันธ์ระหว่างโปรตีนแคปซิดของไวรัสเด็ง กีกับโปรตีน Daxx ที่เกิดขึ้นในเซลล์ตับที่ติดเชื้อไวรัสเด็งกีนั้นเกี่ยวข้องกับกระบวนการ apoptosis  

 

Link
http://www.chaiwbi.com
http://webdb.dmsc.moph.go.th/
http://www.si.mahidol.ac.th

 
  เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง :-
 
  เนื้อหาที่คุณอาจกำลังค้นหา :-
    DB function failed with error number 2006
    MySQL server has gone away SQL=SELECT cn.catid, cn.chknew, cn.iconnew, cn.chkmakelink, cn.usefile, cn.catid, cn.id, cn.contentName FROM healthfood_maincontent AS cn WHERE ( cn.contentName like '%สุขภาพ%' || cn.description like '%สุขภาพ%' || cn.keyword like '%สุขภาพ%' || cn.contentName like '%โรคที่เกิดกับเด็ก%' || cn.description like '%โรคที่เกิดกับเด็ก%' || cn.keyword like '%โรคที่เกิดกับเด็ก%' || cn.catid = '68' ) and cn.published = '1' and UNIX_TIMESTAMP(cn.publishdate) <= UNIX_TIMESTAMP('2014-08-22 4:57:56') Order by cn.publishdate DESC LIMIT 0, 10
สำนักข่าวมุสลิมไทยโพสต์
340 ลาดพร้าว 112 วังทองหลาง กรุงเทพฯ 10310
โทร 0-2514-0593 แฟ็กซ์ 0-2538-4215 Email : Webmaster@muslimthaipost.com
สารบัญเว็บไซต์ Muslimthaipost.com
SubDomain หน้าหลัก