อาการทั่วไปโรคไข้เลือดออก

20 กพ. 56     827

อาการทั่วไปโรคไข้เลือดออก โรคไข้เลือดออก วิจัยโรคไข้เลือดออก

โรคไข้เลือดออก

โรคไข้เลือดออกเป็นโรคที่เกิดจากยุงเป็นพาหนะของโรค นอกจากเป็นปัญหาสาธารณสุขของประเทศไทย ยังเป็นปัญหาสาธารณสุขทั่วโลกโดยเฉพาะประเทศในเขตร้อนชื้น และก่อให้เกิดความกังวลต่อผู้ปกครองเวลาเด็กมีไข้ บทความนี้จะบรรยายถึงโรคไข้เลือดออกในแง่การดูแลผู้ป่วยซึ่งมีหัวข้อต่อไปนี้อาการทั่วไปโรคไข้เลือดออก

   

อุบัติการณืของโรคไข้เลือดออก

เมื่อ คศ 1970มีการระบาดของไข้เลือดออกเป็นครั้งคราว epidermic 9 ประเทศ ปัจจุบันไข้เลือดออก มีการระบาดเพิ่มมากขึ้น ในระยะเวลา10 ปีที่ผ่านมา ปัจจุบันไข้เลือดออก เป็นโรคประจำท้องถิ่น endemic ของประเทศมากว่า 100 ประเทศในแถบแอฟริกา อเมริกา เอเซียตะวันออกเฉียงใต้ western pacific โดยมีความรุนแรงมากในแถบ เอเซียตะวันออกเฉียงใต้ western pacific

        

ประชากรประมาณ 2500 ล้านคนในประเทศที่มีการระบาดจะเสี่ยงต่อการติดเชื้อไข้เลือดออก ประมาณว่าจะมีการติดเชื้อปีละ 50 ล้านคน และต้องนอนโรงพยาบาลมากกว่า 500000
คนต่อปี อัตราการเสียชีวิตประมาณร้อยละ 2.5 แต่อาจจะสูงถึงร้อยละ 20 หากให้การรักษาอย่างดีอัตราการเสียชีวิตอาจจะลดลงต่ำกว่าร้อยละ1          


            สาเหตุไข้เลือดออก       

โรคไข้เลือดออกเป็นโรคติดต่อที่เกิดจากยุงลาย Aedes aegyti ตัวเมียบินไปกัดคนที่ป่วยเป็นไข้เลือดออก โดยเฉพาะช่วงที่มีไข้สูง เชื้อไ/วรัสแดงกีจะเพิ่มจำนวนในตัวยุงประมาณ 8-10 วัน เชื้อไวรัสแดงกี่จะไปที่ผนังกระเพาะและต่อมน้ำลายของยุง เมื่อยุงกัดคนก็จะแพร่เชื้อสู่คน เชื้อจะอยู่ในร่างกายคนประมาณ 2-7 วันในช่วงที่มีไข้ หากยุงกัดคนในช่วงนี้ก็จะรับเชื้อไวรัสมาแพร่ให้กับคนอื่น ซึ่งส่วนใหญ่มักจะเป็นเด็ก โรคนี้ระบาดในฤดูฝน ยุงลายชอบออกหากินในเวลากลางวันตามบ้านเรือน และโรงเรียน ชอบวางไข่ตามภาชนะที่มีน้ำขัง เช่นยางรถยนต์ กะลา กระป๋อง จานรองขาตู้กับข้าว แต่ไม่ชอบวางไข่ในท่อน้ำ ห้วย หนอง คลอง บึง


        

เมื่อไรจึงจะสงสัยว่าเป็นไข้เลือดออก

   
อาการทั่วไปโรคไข้เลือดออก
      

อาการของไข้เลือดออกไม่จำเพาะ อาการมีได้หลายอย่าง ในเด็กอาจจะมีเพียงอาการไข้และผื่น ใผู้ใหญ่อาจจะมีไข้สูง ปวดศรีษะ ปวดตามตัว ปวดกระบอกตา ปวดกล้ามเนื้อ หากไม่คิดโรคนี้อาจจะทำให้การรักษาช้าผู้ป่วยอาจจะสียชีวิต ลักษณะที่สำคัญของไข้เลือกออกคือ


               

                     
  • ไข้สูงเฉียบพลันประมาณ2-7 วัน

  •                  
  • เบื่ออาหาร หน้าแดง ปวดศีรษะ ร่วมกับอาการคลื่นไส้อาเจียน และมีอาการปวดท้องร่วมด้วย

  •                  
  • บางรายอาจจะมีจุดเลือดสีแดงออกตามลำตัว แขนขา อาจจะใรเลือดกำเดาไหล เลือดออกตามรายฟัน และถ่านอุจาระดำเนื่องจากเลือดออกในทางเดินอาหาร และอาจจะช็อค

  •                  
  • ในรายที่ช็อคจะสังเกตเมื่อไข้ลงผู้ป่วยกลับแย่ลง ซึม มือเท้าเย็น เหงื่อออก หมดสติ และอาจจะเสียชีวิต

  •                

การเจาะเลือดตรวจวินิจฉัย


การรักษา


           

ไม่มีการรักษาเฉพาะสำหรับโรคไข้เลือดออก การรักเพียงประคับประคองอย่างใกล้ชิดโดยการเฝ้าระวังภาวะช็อค และเลือดออก และการให้สารน้ำอย่างเหมาะสมก็จะทำให้อัตราการเสียชีวิตลดลงต่ำกว่าร้อยละ 1

   

วัคซีนป้องกันไข้เลือดออก

          

การผลิตวัคซีนกำลังอยู่ในขั้นพัฒนา แต่มีปัญาเนื่องเชื้อมี 4 สายพันธุ์ คาดการณ์ว่าจะสำเร็จและใช้ได้ในอนาคตอันใกล้ การป้องกันและการควบคุม

    

วิธีที่จะป้องกันและควบคุมไข้เลือดออกที่ดีที่สุดคือการควบคุมการแพร่กระจายของยุงลาย


                     
  • กำจัดแหล่งเพราะพันธุ์ยุง เช่น กะละ ยาง กระป๋อง

  •                  
  • หาฝาปิดภาชนะ เช่น โอ่ง ถังน้ำ

  •                  
  • ในแหล่งน้ำสาธารณะอาจจะเลี้ยงปลาเพื่อกินลูกน้ำ หรือใส่สารเคมีเพื่อฆ่าลูกน้ำ

  •      

ขนิดของเชื้อแดงกีเชื้อไวรัสแดงกี เป็น single strnded RNA ไวรัสมีด้วยกัน 4 ชนิด(serotype) DEN1 DEN2 DEN3 DEN4 ซึ่งมี antigen ร่วมกันบางส่วนทำให้เทื่อเกิดการติดเชื้อชนิดหนึ่ง จะเกิดภูมิคุ้มกันต่อเชื้ออีกชนิดหนึ่ง แต่ภูมิที่เกิดจะอยู่ได้ 6-12 เดือนส่วนภูมิที่เกิดกับเชื้อที่ป่วยจะมีตลอดชีวิต เช่นหากเป็นไข้เลือดออกจากเชื้อ DEN1 ผู้ป่วยจะมีภูมิต่อเชื้อนี้ตลอดชีวิต แต่จะมีภูมิต่อเชื้อแดงกีชนิดอื่นเพียง 6-12 เดือนเท่านั้นจาการศึกษาพบว่าการติดเชื้อซ้ำ หรือการติดเชื้อครั้งที่สองจะเป็นสาเหตุของโรคแดงกีได้ถึงร้อยละ 80-90 ในสมัยก่อนปี 2543พบว่าการระบาดของเชื้อแดงกีเกิดจากสายพันธ์ที่สอง DEN2 แต่หลังจากนั้นพบลดลง แต่จะพบสายพันธ์ DEN3 มากขึ้น แต่หลังจากปี 2543 เชื้อสายพันธ์ที่สอง DEN2 เริ่มกลับมาพบมากขึ้นและมีอัตราการตายสูงเนื่องจากเป็นเชื้อที่หากเป็นแล้วจะเกิดอาการรุนแรงการ

          

อาการของโรคติดเชื้อไข้เลือดออก

ผู้ป่วยที่ติดเชื้อไข้เลือดออกอาจจะไม่มีอาการ หรือมีอาการเพียงเล็กน้อย หรืออาจจะเกิดอาการรุนแรงจนเสียชีวิต เมื่อหายร่างกายจะมีภูมิต่อเชื้อนั้นตลอดชีวิต ความรุนแรงของการติดเชื้อขึ้นกับอายุ ภาวะภูมิคุ้มกัน และความรุนแรงของเชื้อ

          

การติดเชื้อไวรัสแดงกิ่วมีอาการได้ 3 แบบคือ

การดำเนินของโรค


                ความรุนแรงของโรค        
ข้อสำคัญของไข้เลือดออก

                           
  • ให้สงสัยว่าจะเป็นไข้เลือดออกในผู้ที่มีไข้เฉียบพลัน ไข้สูง โดยที่ไม่มีอาการของไข้หวัดร่วมกับ มีจุดเลือดออกหรือทำ touniquet test

  •                      
  • หากตับโตจะช่วยสนับสนุนว่าเป็นไข้เลือดออก

  •                      
  • ช่วงที่วิกฤตคือช่วงที่ไข้เริ่มลง หากเกล็ดเลือดต่ำลง ร่วมกับความเข้มข้นของเลือดเพิ่มขึ้นก่อนไข้ลง ให้สงสัยว่าจะเกิด

  •                      
  • ยาลดไข้ไม่ได้ทำให้ระยะเวลาที่เป็นไข้ลดลง การให้ยาไม่ถูกต้องอาจจะทำให้เกิดโรคแทรกซ้อน

  •                      
  • หากเลือดมีความเข้มข้นมากขึ้น 20%
    แสดงว่ามีการรั่วของพลาสม่า จำเป็นต้องได้รับน้ำเกลืออย่างเหมาะสม
    แต่การให้น้ำเกลือก่อนที่ จะมีการรั่วของพลาสม่าไม่เกิดประโยชน์

  •                      
  • ภาวะ DSS เกิดจากการรั่งของพลาสม่าทำให้ร่างกายขาดน้ำ ต้องรีบให้น้ำเกลืออย่างรวดเร็ว และอาจจะจำเป็นต้องให้ Dextran 40

  •                      
  • การให้น้ำเกลือจะให้เท่ากับพลาสม่าที่รั่ว โดยดูจากความเข้มของเลือดและปริมาณปัสสาวะที่ออก

  •                      
  • การได้รับน้ำเกลือมากเกินไปอาจจะเกิดน้ำท่วมปอด

  •                      
  • การเกิดภาวะเป็นกรดจะเกิดโรคแทรกซ้อนต่างๆตามมา

  •                    

               

ผู้ที่ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นไข้เลือดออกแดงกิว จะต้องมีหลักฐานการรั่วของพลาสมา (มีความเข้มข้นของเลือด[Hct]เพิ่มขึ้น 20%หรือมีน้ำในช่องเยื่อหุ้มปอด หรือในช่องท้อง) และมีเกล็ดเลือดต่ำกว่า 100,000 ความรุนแรงของโรคไข้เลือดออกจัดได้เป็น 4 ระดับ


                 
  • Grade 1 ผู้ป่วยไม่ช็อก เป็นไข้เลือดออกโดยที่ไม่มีจุดเลือดออก ทำ touniquet test ให้ผลบวก 

  •                  
                     
  • Grade 2 ผู้ป่วยไม่ช็อก มีจุดเลือดออกตามผิวหนัง มีเลือดกำเดาไหล หรืออาเจียนเป็นเลือด

  •                  
                     
  • Grade 3 ผู้ป่วย่ช็อก มีความดันโลหิตต่ำ ชีพขจรเร็ว pulse pressure แคบ เหงื่อออก กระสับกระส่าย

  •                  
                     
  • Grade 4 ผู้ป่วย่ช็อกรุนแรง วัดความดันโลหิตไม่ได้

  •                  
    การดูแลผู้ป่วย

เมื่อไรจะให้กลับบ้าน


                     
  • ไม่มีไข้ 24 ชั่วโมงโดยที่ไม่ได้รับยาลดไข้ ผู้ป่วยอยากอาหาร

  •                  
  • ผู้ป่วยมีอาการดีขึ้นอย่างชัดเจน

  •                  
  • ความเข้มของเลือดคงที่

  •                  
  • 3วันหลังจากรักษาภาวะช็อค

  •                  
  • เกล็ดเลือดมากกว่า 50000

  •                  
  • ไม่มีอาการแน่ท้องหรือแน่หน้าอกจากน้ำในท้องหรือช่องเยื่อหุ้มปอด
      

ภาวะโรคแทรกซ้อนอื่นๆ


                     
  • ตับวาย

  •                  
  • ไตวาย

  •                  
  • สมองทำงานผิดปกติ

  •       

การป้องกันไข้เลือดออก


      วิธีป้องกันไข้เลือดออกที่ได้ผลดี และยั้งยืนต้องเป็นแบบบูรณการโดยการร่วมมือของทุกฝ่าย
                 
  • ภาคครัวเรือนต้องป้องกันโดยการกำจัดแหล่งน้ำที่เพาะพันธุ์ยุง และการป้องกันส่วนบุคคล

  •                  
  • ภาคชุมชนจะต้องมีการรณรงค์ให้มีการกำจัดแหล่งลูกน้ำ
    ในชุมชนอย่างน้อยปีละ 2-3 ครั้ง
    และจะต้องทำพร้อมกันถั่วประเทศโดยการโฆษณาผ่านสื่อต่างๆ

  •                  
  • สำหรับชุมชนที่ห่างไกลก็อาจจะต้องใช้อาสาสมัคร

  •                  
  • จัดโปรแกรมสำหรับเด็กและครอบครัวเพื่อกำจัดลูกน้ำ

  •                  
  • กระตุ้นให้เอกชนมีส่วนร่วมในการจัดสิ่งแวดล้อม

  •                  
  • จัดการประกวดพื้นที่ปลอดภัยจากไข้เลือดออก

  •                 

ไข้เลือดออก ชนิดของไข้เลือดออก การดำเนินของโรค การดูแล การทำtouniquet ยุง การระบาด ผลเลือด


โรคไข้เลือดออก
 


    
    Posted by
  Samitivejhospitals

อาการทั่วไปโรคไข้เลือดออก

สาเหตุ : เกิดจากเชื้อไวรัสเดงกี่ (Dengue) ซึ่งมี 4 สายพันธุ์ ได้แก่ D1 D2 D3  และ D4      ปัจจุบันยังไม่มีสายพันธุ์ใหม่   เนื่องจากการระบาดแต่ละปีจะมีสายพันธุ์ใดสายพันธุ์หนึ่งเด่นขึ้นมา  ซึ่งบางครั้งสายพันธุ์ที่ระบาดปีนี้อาจหายไปหลายปีแล้ว ทำให้รู้สึกว่าเป็นสายพันธุ์ใหม่  แต่อย่างไรก็ตามทุกสายพันธุ์สามารถทำให้เกิดความรุนแรงได้เท่าเทียมกัน

ตัวนำและตัวแพร่กระจายโรค  :  เชื้อไวรัสเดงกี่จะแพร่จากคนหนึ่งไปสู่อีกคนหนึ่งโดยมียุงลายเป็นตัวพาหะ  ยุงลายจะวางไข่ในน้ำนิ่งและสะอาด  และกัดคนในเวลากลางวัน   พบยุงลายชุกชุมในฤดูฝน  ยุงลายตัวเมียเท่านั้นจะดูดเลือดคนที่มีเชื้อไวรัสเดงกี่อยู่ในกระแสเลือด (ในช่วงที่มีไข้สูง)  เชื้อไวรัสจะเพิ่มจำนวนในตัวยุง  ใช้เวลาฟักตัวประมาณ8-10 วัน  โดยไวรัสจะเข้าไปอยู่ในกระเพาะอาหารจากนั้นก็เข้าสู่ต่อมน้ำลาย เตรียมพร้อมที่จะปล่อยเชื้อไวรัสให้กับคนที่ถูกกัดครั้งต่อไปได้ตลอดอายุของยุงตัวเมีย  ซึ่งอยู่ได้นานประมาณ 30-45 วัน  ยุงตัวเมียหลังจากดูดเลือดคนแล้ว จะวางไข่ตามผิวภายในของภาชนะเหนือระดับน้ำเล็กน้อย   อาศัยความชื้นจากน้ำที่ขังอยู่ และความมืด  ไข่จะฟักตัวเป็นลูกน้ำภายใน 2 วัน จากลูกน้ำเป็นตัวโม่ง 6-8 วัน  จากตัวโม่งกินเวลา 1-2 วัน  ก็จะเป็นยุงตัวเต็มวัยบินออกไปหาอาหารและผสมพันธุ์   ส่วนใหญ่จะพบยุงลายอยู่ภายในบ้านและรอบ ๆ บ้าน   มีระยะบินไม่เกิน 50 เมตร ไข่ยุงลายที่ติดอยู่กับขอบผิวภาชนะ  มีความทนต่อความแห้งแล้งเป็นเวลานานถึง 1 ปี   เมื่อเข้าฤดูฝนมีความชื้นและอุณหภูมิที่เหมาะสม

งานวิจัยโรคไข้เลือดออก


การพยากรณ์จำนวนผู้ป่วยโรคไข้เลือดออก จังหวัดนครศรีรรมราช พ.ศ. 2548 - พ.ศ. 2549
ดุสิต จิตมั่น , สุกัญญา โสธามาด , มนิต พลหลา
dusit_st@hotmail.com , m_pollar@hotmail.com

การพยากรณ์จำนวนผู้ป่วยโรคไข้เลือดออก จังหวัดนครศรีรรมราช พ.ศ.
2548 - พ.ศ. 2549

ดุสิต จิตมั่น , สุกัญญา โสธามาด ,มนิต พลหลา

บทคัดย่อ :
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาเทคนิคการพยากรณ์ข้อมูลโดยวิธีบ๊อกซ์- เจนกินส์และพยากรณ์จำนวนผู้ป่วยโรคไข้เลือดออก จังหวัดนครศรีธรรมราชตั้งแต่เดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2548 ถึงเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2549โดยการพยากรณ์วิธีกระบวนการของการถดถอยในตัวเองและการเฉลี่ยเคลี่อนที่(Mixed autoregressive moving average model : ARIMA (p,q))เก็บรวบรวมข้อมูล จากสำนักงานควบคุมโรคที่ 11 จังหวัดนครศรีธรรมราชตั้งแต่เดือนมกราคม พ.ศ. 2536 ถึงเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2548โดยใช้เกณฑ์การวัดค่าความคลาดเคลื่อน 3 แบบ ได้แก่ค่าเฉลี่ยความคลาดเคลื่อนกำลังสอง ค่าเฉลี่ยส่วนเบี่ยงเบนสมบูรณ์และค่าเฉลี่ยของค่าสมบูรณ์เปอร์เซนต์ความคลาดเคลื่อน

ผลการวิจัยพบว่าอนุกรมเวลาของจำนวนผู้ป่วยโรคไข้เลือดออกเป็นข้อมูลที่มีฤดูกาลได้ARIMA(2,0,1)(3,1,0)12 ไม่มีค่าคงที่เป็นงิธีการพยากรณ์ที่เหมาะสมที่สุดเนื่องจากค่าความคลาดคลื่อนน้่อยที่สุด (MSE= 0.045 MAD = 0.174 MAPE= 0.010) และจากค่าพยากรณ์ที่ได้ พบว่าจำนวนผู้ป่วยโรคไข้เลือดออกจังหวัดนครศรีธรรมราชมีอิทธิพลเนื่องมาจากฤดูกาลและจำนวนผู้ป่วยโรคไข้เลือดออกโดยรวมเท่ากับ4815.961 รายต่อปี

Link

http://www.siamhealth.net

http://health.kapook.com

http://www.gotoknow.org

เป็นเพื่อน Line กับเรา