หมวดหมู่
สุขภาพ
หน้าหลัก       ยินดีต้อนรับสู่คลังความรู้มุสลิมไทยโพสต์

วิธีลดความอ้วนที่ได้ผลเร็วที่สุด วิธีลดความอ้วน ภายใน 7 วัน วิธีลดความอ้วนแบบธรรมชาติ วิธีลดความอ้วนภายใน3วัน วิธีลดความอ้วนของผู้ชาย ภาษาอาหรับที่เจอบ่อย      คำง่ายๆภาษาอาหรับ    ศัพท์เกาหลีแบ่งเป็นหมวด    คำศัพท์เกาหลี เรียกญาติ    ศัพท์เกาหลีง่ายๆ     
   คำศัพท์ญี่ปุ่น เรียกญาติ    วันเดือนปีในภาษามลายู    การเขียนวันเดือนปีในภาษามลายู    ศัพท์ยาวี    ศัพท์ญี่ปุ่นแบ่งเป็นหมวด     ภาษาไทยน่ารู้    
สระ 32 ตัว    ซาร่า ปาทาน    ขวัญกมล ปาทาน    น.ส.ขวัญกมล ปาทาน     ศัพท์อาหรับที่เจอบ่อย ศัพท์ญี่ปุ่นง่ายๆ  

 


ค้นหา
หากมีคำค้นหลายตัว สามารถคั่นด้วย comma (,)
หน้าหลัก >> สุขภาพ >> ความรู้ทั่วไป
พิมพ์หน้านี้  |  ส่งให้เพื่อน
สาเหตุไอเรื้อรัง การรักษาอาการไอเรื้อรังจากการสูบบุหรี่ สมุนไพรรักษาไอเรื้อรัง
คำค้น : สาเหตุไอเรื้อรัง

สาเหตุไอเรื้อรัง การรักษาอาการไอเรื้อรังจากการสูบบุหรี่ สมุนไพรรักษาไอเรื้อรัง

 

20 สัญญาณมะเร็งที่ผู้หญิงมักมองข้าม

อาการเตือนของโรคมะเร็งที่มักถูกมองข้าม ได้แก่
      1. หายใจมีเสียงหวีดหรือหายใจไม่ทัน หนึ่งในอาการแรกของโรคมะเร็งปอดที่ผู้ป่วยนึกออกเมื่อมองย้อนกลับไปดูก็คืออาการหายใจไม่ทัน

      2. ไอเรื้อรังหรือเจ็บหน้าอก มะเร็งหลายชนิด รวมถึงมะเร็งเม็ดเลือดขาวและมะเร็งปอดอาจทำให้มีอาการคล้ายกับไอเรื้อรังหรือหลอดลมอักเสบได้ แต่การไอของโรคมะเร็งจะมีความแตกต่างคือเป็นเรื้อรังหรือเป็นๆ หายๆ นอกจากนี้ผู้ป่วยโรคมะเร็งปอดบางรายยังมีอาการปวดหน้าอกที่ลามไปยังไหล่หรือแขนอีกด้วย

      3. มีไข้หรือติดเชื้อบ่อย อาการนี้อาจเป็นอาการของโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาว ซึ่งทำให้ไขกระดูกผลิตเม็ดเลือดขาวที่ผิดปกติและจะไปเบียดเบียนเซลล์เม็ดเลือดขาวปกติ ทำให้ร่างกายขาดความสามารถในการต่อสู้กับเชื้อโรค แพทย์มักตรวจพบมะเร็งเม็ดเลือดขาวในผู้ใหญ่ที่ป่วยและมาพบแพทย์ซ้ำๆ ด้วยอาการไข้ ปวดเมื่อยตัว และอาการคล้ายไข้หวัดเป็นเวลานาน

      4. กลืนลำบาก แม้อาการนี้จะสัมพันธ์กับมะเร็งในหลอดอาหารหรือลำคอที่สุด แต่บางครั้งอาการกลืนอาหารลำบากก็เป็นสัญญาณแรกของมะเร็งปอดได้เช่นกัน

      5. ต่อมน้ำเหลืองโตหรือก้อนที่คอ รักแร้ หรือขาหนีบ ภาวะต่อมน้ำเหลืองโตบ่งบอกถึงความเปลี่ยนแปลงในระบบน้ำเหลืองซึ่งอาจจะเป็นอาการของโรคมะเร็ง เป็นต้นว่า ก้อนหรือต่อมน้ำเหลืองโตที่ใต้รักแร้อาจเป็นอาการของโรคมะเร็งเต้านม ขณะที่ก้อนที่ลำคอ รักแร้ หรือขาหนีบที่ไม่ก่อให้เกิดอาการเจ็บอาจเป็นอาการเริ่มต้นของโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาว

      6. รอยฟกช้ำหรือเลือดออกไม่หยุด อาการนี้มักชี้ถึงความผิดปกติของเกล็ดเลือดและเม็ดเลือดแดงซึ่งอาจเป็นอาการของโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาว ผู้ป่วยโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวบางรายพบรอยช้ำที่บริเวณแปลกๆ เช่น ตามนิ้วและมือ ทั้งยังมีรอยแดงที่ใบหน้า ลำคอ และหน้าอก หรือมีอาการเลือดออกที่เหงือก เนื่องจากเซลล์มะเร็งเม็ดเลือดขาวเพิ่มมากขึ้นจนไปเบียดเบียนเซลล์เม็ดเลือดแดงและเกล็ดเลือด ทำให้ความสามารถในการนำส่งออกซิเจนและแข็งตัวของเลือดลดลง

      7. อ่อนเปลี้ยเพลียแรง หากรู้สึกเหนื่อยโดยไม่มีสาเหตุ และแม้จะนอนพักเพิ่มแล้วก็ยังไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์ เพราะอาการอ่อนเพลียและเหนื่อยล้าเป็นอาการของโรคมะเร็งหลายชนิด ซึ่งต้องอาศัยอาการอื่นประกอบในการวินิจฉัย

      8. ท้องอืดหรืออ้วนลงพุง (“ใส่กางเกงตัวโปรด” ไม่ได้แล้ว) อาการนี้อาจจะดูธรรมดาเกินกว่าจะเป็นอาการของโรคมะเร็ง แต่ผู้หญิงที่ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคมะเร็งจำนวนมากบอกว่าอาการท้องอืดโดยไม่ทราบสาเหตุซึ่งเกิดขึ้นโดยฉับพลันและเป็นๆ หายๆ เป็นเวลานานคือหนึ่งในอาการที่เตือนว่ามีบางสิ่งผิดปกติ (ซึ่งต่างจากอาการที่เกิดขึ้นเพียงเดือนละไม่กี่วันของภาวะก่อนมีประจำเดือน)

      9. รู้สึกอิ่มและไม่อยากอาหาร ผู้หญิงคนใดก็ตามที่รู้สึกไม่อยากอาหารและทานอะไรไม่ลงแม้จะไม่ได้ทานอะไรมานานแล้ว รู้สึกท้องอืดและน้ำหนักเพิ่มบ่อย (เกณฑ์ในการวินิจฉัยโรคอยู่ที่ 13 ครั้งในเวลาหนึ่งเดือน) นั่นเป็นอีกอาการนำของโรคมะเร็งรังไข่ ยิ่งถ้ามีอาการปวดท้องน้อยหรืออิ่มผิดปกติร่วมด้วยแล้ว ควรไปพบแพทย์เพื่อขอทำอัลตราซาวนด์ตรวจท้องน้อย

      10. ปวดท้องน้อยหรือปวดท้อง อาการปวดท้องน้อยเพียงอย่างเดียวอาจหมายถึงได้ทั้งภาวะพังผืดในมดลูก ซีสต์ในรังไข่ และความผิดปกติในระบบสืบพันธุ์อื่นๆ แพทย์จึงมักไม่สงสัยเรื่องโรคมะเร็ง ดังนั้นคุณจึงควรขอให้แพทย์ตรวจร่างกายโดยละเอียด เนื่องจากอาการปวดและตะคริวที่ท้องน้อยหรือช่องท้องอาจเกิดร่วมกับอาการท้องอืดซึ่งเป็นอาการของโรคมะเร็งรังไข่ได้ นอกจากนี้การขยายตัวของม้ามในผู้ป่วยโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวก็อาจก่อให้เกิดอาการปวดท้องเช่นกัน

      11. อาการเลือดออกที่ทวารหนักหรือถ่ายปนเลือด หลายคนอาจคิดว่าอาการถ่ายปนเลือดเป็นแค่ริดสีดวง แต่เมื่อไปพบแพทย์กลับตรวจพบว่าเป็นโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่

      12. น้ำหนักลดโดยไม่ทราบสาเหตุ ถ้าพบว่าน้ำหนักตัวลดลงทั้งที่ไม่ได้เปลี่ยนแปลงการกินอาหารหรือการออกกำลังกาย ก็อาจสงสัยได้ว่าเป็นอาการเบื้องต้นของมะเร็งลำไส้ใหญ่และมะเร็งอื่นๆ ในทางเดินอาหาร และยังอาจเป็นตัวบ่งชี้ว่ามะเร็งได้ลามไปถึงตับแล้ว จึงส่งผลต่อความอยากอาหารและความสามารถในการขจัดของเสียออกจากร่างกาย

      13. อาหารไม่ย่อยหรือปวดกระเพาะ 
อาจฟังดูเป็นเรื่องธรรมดาแต่ก็ช่วยให้แพทย์สั่งตรวจอัลตราซาวนด์และสามารถพบมะเร็งตับได้แต่เนิ่นๆ อีกทั้งอาการปวดเกร็งช่องท้องหรืออาหารไม่ย่อยเป็นประจำอาจแสดงถึงโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่

      14. เต้านมบวม แดง หรือเจ็บ อาจบ่งชี้ถึงโรคมะเร็งเต้านมชนิดอักเสบ (inflammatory breast cancer) ซึ่งมีอาการบวม ร้อนที่เต้านม สีที่เปลี่ยนไปเป็นแดงหรือม่วงก็ถือเป็นอีกหนึ่งอาการที่ควรระวังไม่ต่างจากพบรอยบุ๋มคล้ายผิวส้มที่ผิวเต้านม นอกจากนี้โรคมะเร็งเต้านมชนิดอักเสบยังอาจก่อให้เกิดอาการอื่นๆ ที่หัวนม เช่น อาการคัน ผิวลอกเป็นแผ่น หรือแตกเป็นสะเก็ดได้อีกด้วย

       15. หัวนมผิดปกติ หนึ่งในความเปลี่ยนแปลงที่สังเกตเห็นก่อนได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นมะเร็งเต้านมคือ จู่ๆ หัวนมก็เริ่มบอด แบน หรือเบี้ยวไปด้านข้าง คุณจึงควรใส่ใจกับการเปลี่ยนแปลงที่หัวนม

       16. ประจำเดือนมามากหรือปวดประจำเดือนผิดปกติ หรือมีเลือดออกกะปริบกะปรอย นี่คือสัญญาณของโรคมะเร็งที่เยื่อบุโพรงมดลูกหรือมดลูก หากคุณสงสัยว่าอาการประจำเดือนออกมากของคุณมีสาเหตุแอบแฝง ก็ลองขอให้แพทย์ทำอัลตราซาวนด์ผ่านช่องคลอดดูได้ค่ะ

       17. อาการบวมที่ใบหน้า ผู้ป่วยโรคมะเร็งปอดบางรายมีอาการบวมหรือแดงที่ใบหน้า ซึ่งเป็นเพราะมะเร็งปอดชนิดเซลล์เล็ก (small cell lung cancer) มักจะไปกดเส้นเลือดแดงในหน้าอก ทำให้เลือดไหลเวียนจากศีรษะและใบหน้าไม่สะดวก

      18. แผลหรือตุ่มที่ผิวหนังซึ่งไม่ยอมหาย ตกสะเก็ด หรือเลือดออกง่าย
เราส่วนใหญ่รู้เพียงว่าการเปลี่ยนแปลงของไฝฝ้าอาจเป็นอาการบ่งชี้ของโรคมะเร็งผิวหนัง แต่การที่มีตุ่มซึ่งดูเงามัน หรือสะเก็ดแห้งที่ผิวหนัง ก็เป็นลักษณะของมะเร็งผิวหนังชนิดต่างๆ เช่น มะเร็งที่เกิดจากเซลล์สร้างเม็ดสีหรือมะเร็งไฝ (melanoma) มะเร็งที่เกิดจากเซลล์ในชั้นฐานของหนังกำพร้า (basal cell carcinoma) มะเร็งที่เกิดจากเซลล์ในชั้นหนังกำพร้า (squamous cell carcinoma)

       19. ความผิดปกติที่เล็บ จุดหรือเส้นสีดำใต้เล็บบ่งถึงอาการของโรคมะเร็งผิวหนัง ขณะที่อาการ “นิ้วปุ้ม” ซึ่งปลายนิ้วมือพองนูนและปลายเล็บงุ้มลงเข้าหานิ้ว อาจเป็นอาการของโรคปอด เล็บที่มีสีซีดหรือเปลี่ยนเป็นสีขาวอาจมีสาเหตุมาจากการทำงานของตับที่ลดลง ซึ่งอาจหมายถึงโรคมะเร็งตับได้

      20. อาการปวดหลังหรือบั้นเอวด้านขวา นั่นคืออาการแรกของโรคมะเร็งตับ นอกจากนี้อาการปวดหลังยังอาจนำไปสู่การวินิจฉัยโรคมะเร็งเต้านมได้ ในกรณีที่ก้อนมะเร็งในเต้านมกดเข้าไปในทรวงอก หรือมะเร็งลามไปยังกระดูกสันหลังหรือซี่โครง




แหล่งที่มา : raisuknirundorn.com

 
  เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง :-
 
  เนื้อหาที่คุณอาจกำลังค้นหา :-
ท่านอาจกำลังสนใจสิ่งนี้อยู่
สำนักข่าวมุสลิมไทยโพสต์
340 ลาดพร้าว 112 วังทองหลาง กรุงเทพฯ 10310
โทร 0-2514-0593 แฟ็กซ์ 0-2538-4215 Email : Webmaster@muslimthaipost.com
สารบัญเว็บไซต์ Muslimthaipost.com
SubDomain หน้าหลัก