หมวดหมู่
สุขภาพ
หน้าหลัก       ยินดีต้อนรับสู่คลังความรู้มุสลิมไทยโพสต์

วิธีลดความอ้วนที่ได้ผลเร็วที่สุด วิธีลดความอ้วน ภายใน 7 วัน วิธีลดความอ้วนแบบธรรมชาติ วิธีลดความอ้วนภายใน3วัน วิธีลดความอ้วนของผู้ชาย ภาษาอาหรับที่เจอบ่อย      คำง่ายๆภาษาอาหรับ    ศัพท์เกาหลีแบ่งเป็นหมวด    คำศัพท์เกาหลี เรียกญาติ    ศัพท์เกาหลีง่ายๆ     
   คำศัพท์ญี่ปุ่น เรียกญาติ    วันเดือนปีในภาษามลายู    การเขียนวันเดือนปีในภาษามลายู    ศัพท์ยาวี    ศัพท์ญี่ปุ่นแบ่งเป็นหมวด     ภาษาไทยน่ารู้    
สระ 32 ตัว    ซาร่า ปาทาน    ขวัญกมล ปาทาน    น.ส.ขวัญกมล ปาทาน     ศัพท์อาหรับที่เจอบ่อย ศัพท์ญี่ปุ่นง่ายๆ  

 


หน้าแรก  | ข่าววันนี้  | ประเด็นดัง  | กรรมการกลาง  | มุสลิมไทย  | เว็บบอร์ด  | โลกอาหรับ  | มุสลิมโลก  | ผู้หญิง  | สุขภาพ  | ฮาลาล  | 
แฟชั่นมุสลิม  | ชื่ออาหรับ  | เวลาละหมาด  | คลิบวิดีโอ
 
ค้นหา
หากมีคำค้นหลายตัว สามารถคั่นด้วย comma (,)
หน้าหลัก >> สุขภาพ >> ผู้หญิง
พิมพ์หน้านี้  |  ส่งให้เพื่อน
ปวดท้องน้อยข้างซ้าย อาการปวดท้องน้อยด้านซ้าย ปวดท้องน้อยด้านซ้าย ตกขาว
คำค้น : ปวดท้องน้อยข้างซ้าย อาการปวดท้องน้อยด้านซ้าย ปวดท้องน้อยด้านซ้าย ตกขาว

ปวดท้องน้อยข้างซ้าย อาการปวดท้องน้อยด้านซ้าย ปวดท้องน้อยด้านซ้าย ตกขาว

อาการปวดท้องน้อยในคุณผู้หญิง

โอย...โอย...ปวดท้องอีกแล้ว มีประจำเดือนทีไรปวดท้องน้อยทุกทีเลย" เสียงคร่ำครวญดังกล่าวเป็นสิ่งที่น่าเห็นอกเห็นใจอย่างยิ่ง ถ้าไม่เกิดกับใครจะไม่รู้สึกหรอก คุณผู้หญิงบางท่านไม่เคยปวดท้องน้อยมาก่อนไม่ว่าจะเกี่ยวกับการมีประจำเดือนหรือไม่มีประจำเดือน ก็ไม่เคยปวดสบายดีมาตลอด แต่วันนี้ทำไมจู่ๆเกิดปวดขึ้นมาอย่างเฉียบพลันทันใด อูยยยย....เกิดอะไรขึ้นละเนี่ย ครับ อาการปวดท้องน้อย ในคุณผู้หญิงเป็นอาการหนึ่งที่พบได้บ่อยๆที่ทำให้ต้องมาพบสูตินรีแพทย์เพื่อตรวจและรักษา เป็นอาการที่สร้างความกังวลใจให้ได้เรื่อยๆโดยเฉพาะคนที่เป็นอยู่เนืองๆหรือเป็นเรื้อรังไม่หายสักที

ดังนั้น เราจึงควรมารู้จักกับอาการปวดท้องน้อยกันสักหน่อย เพื่อจะได้ทราบแนวทางทั้งการตรวจวินิจฉัยรวมถึงแนวทางการรักษาด้วย เบื้องต้นควรเข้าใจให้ตรงกันว่า บริเวณท้องน้อยของคุณผู้หญิงที่ผู้เขียนหมายถึงนั้น ก็คือบริเวณช่องท้องส่วนล่างนับตั้งแต่ตำแหน่งสะดือลงมาจนถึงขอบบนของกระดูกเชิงกราน บริเวณทั้งหมดนี้จะมีอวัยวะสำคัญหลายอย่างที่ทำให้เกิดอาการปวดท้องน้อยได้ ก็มี มดลูก ปีกมดลูกทั้งสองข้าง (คือท่อนำไข่และรังไข่ทั้งสองข้าง) กระเพาะปัสสาวะอยู่ด้านหน้าของมดลูก มีลำไส้ทั้งเล็กและใหญ่อยู่เต็มช่องท้องซึ่งเคลื่อนไหวบีบตัวอยู่ตลอดเวลา โดยมีไส้ติ่งอยู่ที่บริเวณด้านขวาต่ำกว่าสะดือมาเล็กน้อย นอกจากนี้ยังมีท่อไตทั้งสองข้างอยู่ในผนังช่องท้องด้านหลังอีกด้วย

จะเห็นว่ามีอวัยวะมากมายที่อยู่ในบริเวณท้องน้อยนี้ และที่สำคัญทุกอวัยวะดังกล่าวสามารถทำให้เกิดอาการปวดท้องน้อยได้ทั้งสิ้น ! โดยอาจจะเกิดจากการอักเสบ การบาดเจ็บ การเป็นเนื้องอกหรือเป็นมะเร็ง แม้กระทั่งการผิดปกติมาแต่กำเนิด เป็นต้น ยกตัวอย่างเช่น

โรคของอวัยวะสืบพันธุ์สตรี คือ มดลูก และรังไข่ที่ทำให้ปวดท้องน้อยได้บ่อยๆ อาจจะแบ่งเป็นสองกลุ่มใหญ่ๆคือ เป็นกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับการตั้งครรภ์ และไม่เกี่ยวกับการตั้งครรภ์

กลุ่มที่เกี่ยวกับการตั้งครรภ์ ที่ทำให้ปวดท้อง เช่น การตั้งครรภ์นอกมดลูก การแท้งลูก เป็นต้น กลุ่มที่ไม่เกี่ยวกับการตั้งครรภ์ เช่น การอักเสบในอุ้งเชิงกราน ภาวะเยื่อบุโพรงมดลูกอยู่ผิดที่(หรือที่เป็นช็อคโกแลตซีสต์นั้นแหละ) การปวดประจำเดือนที่มดลูกและรังไข่ปกติ การมีเนื้องอกของมดลูก มีเนื้องอกของรังไข่ที่มันแตกหรือบิดขั้ว เป็นต้น โรคของระบบทางเดินปัสสาวะ คือ กระพาะปัสสาวะอักเสบ หรือมีนิ่วในกระเพาะปัสสาวะหรือที่ท่อไต เป็นต้น โรคของระบบทางเดินอาหาร ที่ทำให้ปวดท้องน้อย ที่พบบ่อย เช่น ไส้ติ่งอักเสบ ลำไส้อักเสบ หรือมีการทำงานของลำไส้แปรปรวน มีท้องเสียบ้าง ท้องผูกบ้าง หรือการมีเนื้องอกหรือมะเร็งของลำไส้ เป็นต้น
การบ่งบอกว่าอาการปวดท้องน้อยที่เกิดขึ้นมีสาเหตุจากอะไร แพทย์ผู้ดูแลก็จะต้องทำการซักถามประวัติความเป็นมาต่างๆ ลักษณะการปวดว่าเป็นแบบใด ปวดที่ตรงไหน ปวดเวลาใด เวลาปวดสัมพันธ์กับอะไร เช่น มีคลื่นไส้อาเจียน ท้องเสีย ปัสสาวะลำบาก หรือมีเลือดออกมาจากทางช่องคลอดด้วยหรือไม่ เป็นต้น จากนั้นก็เป็นการตรวจร่างกายทุกๆระบบ โดยเฉพาะคุณผู้หญิงก็ต้องตรวจภายในด้วย และสุดท้ายก็เป็นการตรวจทางห้องปฏิบัติการต่างๆ เช่น การเจาะเลือด ตรวจปัสสาวะ อาจจะมีการถ่ายภาพรังสีเอ็กเรย์ การตรวจด้วยอัลตราซาวด์ และการตรวจพิเศษอื่นๆตามความจำเป็น เช่น ต้องส่องกล้องเข้าไปดูในช่องท้อง หรือส่องดูในลำไส้หรือไม่ เป็นต้น

เมื่อได้ข้อมูลเพียงพอสำหรับการวินิจฉัยโรคแล้ว ก็จะให้การรักษาตามที่คิดว่าจะเป็นโรคนั้นๆไป ซึ่งอาจจะเป็นการให้ยา การผ่าตัด การนัดตรวจติดตามเป็นระยะหรือแม้กระทั่งการให้คำแนะนำในการปฏิบัติตัวก็เพียงพอแล้วสำหรับโรคบางโรค

ดังนั้น ถ้าครั้งหน้าคุณผู้หญิงเกิดมีอาการปวดท้องน้อยขึ้นมาอีก ถ้ารักษาเบื้องต้นด้วยตนเองแล้วไม่ดีขึ้น ก็อย่ารั้งรอเนิ่นนานเกินไป แวะมาคุยกับแพทย์หรือมารับการรักษาเสียแต่เนิ่นๆก็น่าจะดีต่อสุขภาพของคุณนะครับ

ข้อมูล : www.meedee.net


 

บทความที่คุณอาจกำลังค้นหา:-
     
     
      เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง :-
     
      เนื้อหาที่คุณอาจกำลังค้นหา :-
    ท่านอาจกำลังสนใจสิ่งนี้อยู่
    สำนักข่าวมุสลิมไทยโพสต์
    340 ลาดพร้าว 112 วังทองหลาง กรุงเทพฯ 10310
    โทร 0-2514-0593 แฟ็กซ์ 0-2538-4215 Email : Webmaster@muslimthaipost.com
    สารบัญเว็บไซต์ Muslimthaipost.com
    SubDomain หน้าหลัก