หมวดหมู่
สุขภาพ
หน้าหลัก       ยินดีต้อนรับสู่คลังความรู้มุสลิมไทยโพสต์

วิธีลดความอ้วนที่ได้ผลเร็วที่สุด วิธีลดความอ้วน ภายใน 7 วัน วิธีลดความอ้วนแบบธรรมชาติ วิธีลดความอ้วนภายใน3วัน วิธีลดความอ้วนของผู้ชาย ภาษาอาหรับที่เจอบ่อย      คำง่ายๆภาษาอาหรับ    ศัพท์เกาหลีแบ่งเป็นหมวด    คำศัพท์เกาหลี เรียกญาติ    ศัพท์เกาหลีง่ายๆ     
   คำศัพท์ญี่ปุ่น เรียกญาติ    วันเดือนปีในภาษามลายู    การเขียนวันเดือนปีในภาษามลายู    ศัพท์ยาวี    ศัพท์ญี่ปุ่นแบ่งเป็นหมวด     ภาษาไทยน่ารู้    
สระ 32 ตัว    ซาร่า ปาทาน    ขวัญกมล ปาทาน    น.ส.ขวัญกมล ปาทาน     ศัพท์อาหรับที่เจอบ่อย ศัพท์ญี่ปุ่นง่ายๆ  

 


ค้นหา
หากมีคำค้นหลายตัว สามารถคั่นด้วย comma (,)
หน้าหลัก >> แหล่งข้อมูล โรคต่างๆ >> โรค
   
พิมพ์หน้านี้  |  ส่งให้เพื่อน
โรคเริมที่อวัยเพศชาย oral sex ติดโรคเริม โรคเริม กี่วันหาย
คำค้น : โรคเริมที่อวัยเพศชาย , oral sex ติดโรคเริม , โรคเริม กี่วันหาย

โรคเริมที่อวัยเพศชาย oral sex ติดโรคเริม โรคเริม กี่วันหาย

         โรคเริมที่อวัยเพศชาย

ทำไมฉันถึงเป็นเริม
เริมที่อวัยวะเพศ

เริมสามารถเกิดขึ้นได้ทั่วไปตามร่างกาย แต่ที่พบบ่อยที่สุดก็คือ บริเวณใกล้ๆ กับปาก และบริเวณอวัยวะเพศ เริมเป็นโรคที่พบเห็นได้บ่อยในปัจจุบัน ทางเลือกในการรักษาโรคนี้ยังมีไม่มากนัก และจากการคิดค้นวิธีรักษาเริมแบบใหม่ๆ ทำให้เราพบผลิตภัณฑ์ที่ชื่อ เอช บาล์ม (H-Balm) ซึ่งในปัจจุบันมีวางจำหน่ายแล้ว ซึ่งสามารถทำให้คนที่ติดเชื้ออยู่ในเวลานี้ มีทางเลือกในการรักษาอย่างแท้จริง ผลของการกำจัดเชื้อไวรัสของ เอช บาล์ม (H-Balm) ที่มีต่อไวรัสเริม ได้มีการทดสอบแล้วโดยทางคลีนิควิทยา โดยเมื่อเชื้อไวรัสเริมเจอกับ เอช บาล์ม (H-Balm) เชื้อไวรัสตัวนี้ก็จะหมดปฏิกริยา และมีสภาพเป็นกลาง (inactivated and neutralized) ทำให้หยุดการแพร่กระจายตัวเอช บาล์ม (H-Balm) ได้รับการพิสูจน์แล้วว่ามีประสิทธิภาพในการกำจัดไวรัสขั้นสูง และกำจัดไวรัสเริม ได้อย่างมีประสิทธิภาพในวงกว้าง

มีการสรุปว่า เอช บาล์ม (H-Balm) สามารถยับยั้งไวรัสเริมที่ทำให้เกิดเริมตามร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นเริมที่ปาก เริมที่บริเวณอวัยวะเพศ และหลังจากกำจัดเชื้อไวรัสหมดสิ้นไปแล้ว ยังสามารถเพิ่มภูมิคุ้มกันไวรัสเริมได้อีกด้วย การใช้ เอช บาล์ม (H-Balm) เพื่อรักษาเริมนั้นสามารถพิสูจน์ได้ว่า เป็นวิธีที่ปลอดภัย สามารถกำจัดการแพร่กระจายของไวรัส และทำให้เหลือน้อยที่สุด วิธีนี้ยังมีประสิทธิภาพในการรักษาอาการซ้ำซ้อนที่เกิดจากเชื้อไวรัส หรือการย้อนกลับมาเป็นอีกได้

ความอัศจรรย์ของการรักษาโรคให้หายภายในวันเดียว ไม่ใช่เป้าหมายหลักของเรา การใช้ เอช บาล์ม (H-Balm) เพื่อกำจัดไวรัสเริม ยังเพิ่มระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายมนุษย์ เป้าหมายของเราคือ การรักษาที่สมบูรณ์ รวมถึงการเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกัน เพื่อไม่ให้กลับมาเป็นโรคนี้อีก เอช บาล์ม (H-Balm) ไปลดผลกระทบของการติดเชื้อไวรัสเริมอย่างมีประสิทธิภาพ โดยการทำให้เชื้อโรคเป็นกลาง (Neutralizing ) และพัฒนากระบวนการเผาผลาญ รวมถึงการเพิ่ม ปฏิกริยาการสร้างภูมิคุ้มกันของร่างกายด้วย

เชื้อไวรัสเริม เป็นเชื้อโรคที่มีอนุภาคเล็กๆ ภายในเซลอาศัยอยู่ใน DNA ของนิวเคลียสของเซล DNA หรือ สารทางพันธุกรรมนี้ จะล้อมรอบด้วยโปรตีนหรือไลโปโปรตีน เปลือกหุ้มที่ปกป้องกรดนิวคลีอิคนี้ ในอีกทางหนึ่ง กลับทำให้เชื้อไวรัสเริมเพิ่มความสามารถในการกำจัดเซลอื่นๆ

ไวรัสเริมสามารถแพร่กระจายผ่านของเหลวที่อยู่ในตุ่มเล็กๆ ของมัน ตุ่มของเริมที่เกิดขึ้นนั้นจะมีเชื้อไวรัสเริมปะปนอยู่ ดังนั้นการแพร่เชื้อจึงสามารถเกิดขึ้นได้ง่าย นอกจากนั้นหลังจากรับเชื้อไปแล้ว ระยะฝักตัวก่อนที่จะแสดงอาการนั้นจะอยู่ราวๆ 30-180 วัน นั้นก็หมายความว่า เชื้อไวรัสเริมนั้นเมื่อเข้าไปอยู่ในร่างกายแล้ว อาจจะยังไม่แสดงอาการใดๆ สำหรับการปะทุของเริม เป็นกลไกทางพันธุกรรมอิสระที่เข้าไปควบคุมกลไกของเซล ทำให้เกิดการสังเคราะห์ไวรัสโปรตีน และไวรัสกรดนิวคลีอิค ไวรัสเริมที่เกิดขึ้นตามร่างกายทั้งบริเวณปาก และเริมบริเวณอวัยวะเพศไม่ใช่สิ่งที่มีชีวิต มันเพียงแต่สามารถเพิ่มปริมาณของตัวมันซ้ำๆ ในเซลแม่ของสิ่งมีชีวิต ซึ่งก็คือตัวของคน เมื่อคนเกิดการติดเชื้อ ตัวไวรัสจะสร้างกรดนิวคลีอิค และสุดท้ายมันจะสังเคราะห์โปรตีนที่ห่อหุ้มไวรัสเริมชนิดนี้ จะทำซ้ำตัวเองภายในเซลของสิ่งมีชีวิตที่เป็นเซลแม่ และส่งต่อไปยังเซลอื่นๆ รวมถึงในระบบร่างกายของสิ่งมีชีวิตที่เป็นเซลแม่ มีงานวิจัยที่ชี้ให้เห็นว่า เมื่อบำบัดไวรัสเริมโดยใช้น้ำมันหอมระเหยที่ได้รับการรับรองที่ปริมาณและ ความเข้มข้นหนึ่ง ซึ่งประกอบด้วย นิวคลีโอฟิลิก (ซิทรัล) ซึ่งมีอยู่ใน เอช บาล์ม (H-Balm) จะมีประสิทธิภาพสูงสุดในการกำจัดเชื้อโรคทิ่เกิดกับไวรัสที่อยู่บริเวณ เปลือกหุ้ม เช่น ไวรัสเริม ความสามารถในการทำให้ไวรัสเริม มีคุณสมบัติเป็นกลางนี้ยังพบใน สารเทอร์ฟีน อัลกอฮอล์ ซึ่งเป็นส่วนประกอบของน้ำมันหอมระเหยเหมือนกัน และแน่นอน สามารถพบได้ในผลิตภัณฑ์ เอช บาล์ม (H-Balm)

วิธีการใช้ เอช บาล์ม (H-Balm) เพื่อรักษาเริม เป็นวิธีรักษาแบบภายนอก ใช้ทาตรงบริเวณที่เป็น ถ้าเป็นไปได้ควรจะใช้ก่อนที่จะเกิดอาการแพร่กระจาย เพื่อที่จะป้องกันไม่ให้เชื้อโรคโตเต็มที่ แนะนำให้ทา บ่อยๆ เมื่อใช้ใน 24 ชั่วโมงแรกในบริเวณที่เป็น เอช บาล์ม (H-Balm) สามารถป้องกันโรคเริมได้ตั้งแต่ยังไม่เกิดการแพร่กระจาย หรือตั้งแต่ตอนเริ่มเป็น และหยุดการแพร่กระจายได้

เอช บาล์มสูตรธรรมดาและสูตรเข้มข้น : ให้ใช้งานทันทีเมื่อรู้สึกว่าเริ่มจะเป็นเริม หรือระหว่างที่มีการแพร่กระจาย ผลิตภัณฑ์ของเรามีส่วนผสมของสารสกัดเข้มข้นที่สามารถกำจัดไวรัสได้ สามารถทาตรง ๆ ที่บริเวณแผล หรือเอาสำลีชุบน้ำมันให้ชุ่มแล้วทา จากนั้นนำพลาสเตอร์มาปิดแผล ยิ่งใช้บ่อยก็ยิ่งลดการระบาดที่รุนแรง การแพร่ระบาดจะหยุดทันทีเมื่อใช้ เอช บาล์ม ในระยะเริ่มต้น หรือเมื่อเริ่มมีผื่นแดง ควรทาอย่างน้อยวันละ 3-4 ครั้ง (เช้า กลางวัน เย็น ก่อนนอน) หรือหากมีอาการปวด หรือแสบจากเริมสามารถทาเพิ่มได้ตลอดวัน

เอช บาล์ม เดลี่ : บรรเทาการแพร่กระจายของเริม ใช้ 3-4 ครั้งต่อวัน (โดยให้ทาหลังจาก เอช บาล์ม หรือ เอช บาล์มสูตรเข้มข้นแล้ว) ในบริเวณที่คิดว่าจะเกิดการแพร่กระจาย สามารถใช้ได้ทุกวัน เอช บาล์ม เดลี่ ผลิตมาจากสารสกัดจากธรรมชาติ 100 % ได้รับการพิสูจน์จากห้องทดลองแล้วว่า สามารถหยุดปฏิกิริยาของโรคเริมได้ ถ้าใช้บ่อยผลจะดีขึ้นเรื่อย ๆ หากใช้เอช บาล์ม เพื่อหยุดการแพร่กระจาย และใช้เอช บาล์ม เดลี่ เพื่อลดความถี่และความรุนแรง ใช้ผลิตภัณฑ์ทั้ง 2 ชนิดควบคู่กัน จะสามารถกำจัดการแพร่กระจายได้ดียิ่งขึ้น นอกจากนั้นหากได้รับประทาน ซุปเปอร์ ไลซีนสูตรเข้มข้น ก็จะเป็นการรักษาเริมที่มีประสิทธิภาพสูงสุด

        Link   http://www.forcesofnature.co.th

 

อวัยวะเพศ Archive

  • เริม ภาควิชาตจวิทยา Faculty of Medicine Siriraj Hospital คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล โรคเริมมีอาการอย่างไร ?            เริมเป็นโรคผิวหนังเกิดจากเชื้อไวรัสชื่อ “เฮอร์ปีส์” ก่อโรคได้เกือบทุกแห่งของร่างกาย พบได้บ่อย 2 บริเวณ ได้แก่ • เริมที่ริมฝีปาก • เริมบริเวณอวัยวะเพศ ก้น            รอยโรคของเริมมี ลักษณะเริ่มต้นเป็นตุ่มน้ำพองใสเหมือนหยดน้ำเล็ก ๆ มีขอบแดง มักขึ้นรวมกันเป็นกลุ่ม ต่อมาตุ่มน้ำเหล่านี้จะแตกเป็นแผลถลอกตื้น...

    เริม โรคเริม

    Posted on July 22, 2012 | No Comments
    เริม ภาควิชาตจวิทยา Faculty of Medicine Siriraj Hospital คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล โรคเริมมีอาการอย่างไร ?            เริมเป็นโรคผิวหนังเกิดจากเชื้อไวรัสชื่อ “เฮอร์ปีส์” ก่อโรคได้เกือบทุกแห่งของร่างกาย พบได้บ่อย 2 บริเวณ ได้แก่ • เริมที่ริมฝีปาก • เริมบริเวณอวัยวะเพศ ก้น            รอยโรคของเริมมี ลักษณะเริ่มต้นเป็นตุ่มน้ำพองใสเหมือนหยดน้ำเล็ก ๆ มีขอบแดง มักขึ้นรวมกันเป็นกลุ่ม ต่อมาตุ่มน้ำเหล่านี้จะแตกเป็นแผลถลอกตื้น...

    Continue Reading...

  • แผลเริมที่อวัยวะเพศ โดย  นางสุจิตตรา  พงศ์ประสบชัย นางชนากานต์ เกิดกลิ่นหอม นางเพียงเพ็ญ ธัญญะตุลย์ ที่ปรึกษา  อาจารย์แพทย์หญิงเจนจิต  ฉายะจินดา ผู้ช่วยศาสตราจารย์นายแพทย์มานพชัย  ธรรมคันโท รองศาสตราจารย์นายแพทย์ อัมพัน เฉลิมโชคเจริญกิจ หน่วยโรคติดเชื้อทางนรีเวชและโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์สตรี ภาควิชาสูติศาสตร์-นรีเวชวิทยา Faculty of Medicine Siriraj Hospital คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล สาเหตุ  เชื้อที่ทำให้เกิดโรคคือ เชื้อเริมอวัยวะเพศ (Herpes simplex virus...

    แผลเริมที่อวัยวะเพศ

    Posted on July 5, 2012 | No Comments
    แผลเริมที่อวัยวะเพศ โดย  นางสุจิตตรา  พงศ์ประสบชัย นางชนากานต์ เกิดกลิ่นหอม นางเพียงเพ็ญ ธัญญะตุลย์ ที่ปรึกษา  อาจารย์แพทย์หญิงเจนจิต  ฉายะจินดา ผู้ช่วยศาสตราจารย์นายแพทย์มานพชัย  ธรรมคันโท รองศาสตราจารย์นายแพทย์ อัมพัน เฉลิมโชคเจริญกิจ หน่วยโรคติดเชื้อทางนรีเวชและโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์สตรี ภาควิชาสูติศาสตร์-นรีเวชวิทยา Faculty of Medicine Siriraj Hospital คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล สาเหตุ  เชื้อที่ทำให้เกิดโรคคือ เชื้อเริมอวัยวะเพศ (Herpes simplex virus...

       Link     http://www.healthkonthai.com

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++


                  oral sex ติดโรคเริม

การรักษาโรคเริม

แบ่งการรักษาออกเป็นการรักษาในภาวะเฉียบพลัน และการรักษาเพื่อป้องกันการกลับเป็นซ้ำ

h1ปัจจัยกระตุ้นในการกลับเป็นซ้ำ

  • สิ่งแวดล้อมที่กระตุ้นได้แก่ การถูไถ การสัมผัสลม แสง ความเย็น เสื้อผ้าคับๆ เหงื่อ
  • ความเครียด
  • อาหารได้แก่ ถั่ว กาแฟ แอลกอฮอล์ ช็อกโกแลต 
  • การมีประจำเดือน
  • การนอนหลับ ความเครียด ไข้

ใครมีปัจจัยเสี่ยงในการได้รับเชื้อ herpes simplex

ทุกๆคนจะมีโอกาสเสี่ยงต่อการติดเชื้อ herpes simplex โดยเฉพาะกลุ่มที่มีฐานะไม่ดี โดยเชื้อ (HSV-1) จะติดต่อทางสารหลั่งในปาก ส่วน (HSV-2) จะติดต่อทางอวัยวะเพศ ทวารหนัก เมื่อเชื้อเข้าทางผิวหนังเชื้อจะไปตามเส้นประสาททำให้เชื้อลามเป็นบริเวณ กว้างและอาจจะเกิดผื่นที่บริเวณใหม่

  • ผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยงต่อเริมที่ปากคือวัยเด็ก อายุ 4-5 ปีมักติดต่อทางการสัมผัสเช่นการใช้ของร่วมกัน การจูบ ไม่ติดต่อทางเพศสัมพันธ์ เชื้อนี้สามารถติดต่อจากที่หนึ่งไปอีกที่หนึ่งโดยเฉพาะที่ตาโดยการสัมผัส ด้วยมือดังนั้นต้องล้างมือให้สะอาด
  • ผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยงต่อเริมที่อวัยวะเพศมัก เกิดในผู้ที่มีคู่ขาหลายคน การมีเพศสัมพันธ์ทางปาก oral sex ซึ่งเชื้อที่เป็นสาเหตุมักจะเป็น type 1 การป้องกันการติดเชื้อควรงดมีเพศสัมพันธ์ หรือใช้ถุงยางคุมกำเนิดขณะมีอาการติดเชื้อ
  • การเป็นเริมในทารกมักจะติดเชื้อในแม่ที่ติดเชื้อ HSV-2 และมีการคลอดก่อนกำเนิดหรือต้องใช้เครื่องมือในการคลอด
  • ผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยงอย่างอื่นเช่น นักมวยปล้ำ นักรักบี้ นักมวย ผู้ป่วยโรคเอดส์

มีการศึกษาว่าแม้จะไม่มีผื่น หรืออาการเชื้อก็สามารถแพร่ออกมาได้ ดังนั้นไม่มีหลักประกันว่าการมีเพศสัมพันธ์กับคนที่ไม่มีอาการจะปลอดภัยจาก โรคเริม

โรคแทรกซ้อนของการติดเชื้อ herpes simplex

  • การตั้งครรภ์และการติดเชื้อ herpes simplex พบว่าคนท้องที่ติดเชื้อประมาณร้อยละ 0.01.0.04 อาจจะเกิดการแท้ง คลอดก่อนกำหนด เด็กเจริญเติบโตช้าโดยเฉพาะการติดเชื้อใกล้คลอดดังนั้นแนะนำว่าควรจะรักษา หากเกิดการติดเชื้อเมื่อใกล้คลอด การติดเชื้อครั้งแรกจะเกิดโรคแทรกซ้อนได้บ่อยกว่าการติดเชื้อที่กลับเป็นซ้ำ
  • Herpes Encephalitis เกิดจากเชื้อที่อยู่ในระยะ Latency และเกิดการแบ่งตัวผู้ป่วยอาจจะเสียชีวิตหากไม่ได้รักษาแต่โชคดีที่พบน้อย
  • Herpes Meningitis พบได้ร้อยละ 4-8 ในคนที่เป็น primary genital HSV-2พบมากในผู้หญิงแต่ไม่ต้องตกใจเนื่องจากหายเองใน 2-7วันผู้ป่วยจะปวดศีรษะ อาเจียน และมีไข้
  • ผู้ป่วยโรคเอดส์และผู้ที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่องจากยา เช่น steroid มะเร็ง ยารักษามะเร็งหากผู้ป่วยกลุ่มนี้ติดเชื้อ herpes simplex จะเป็นรุนแรงมีโรคแทรกซ้อนปอดบวม ตับอักเสบ สมองอักเสบ
  • การติดเชื้อที่ตา อาจจะทำให้ตาพร่ามัว ในรายที่เป็นรุนแรงอาจจะทำให้ตาบอด
 

การวินิจฉัย

tzank
  • สามารถทำได้โดยการซักประวัติและการตรวจร่างกายพบผื่นดังกล่าวข้างต้น
  • การเพาะเชื้อไวรัสโดยการนำน้ำ ใต้ตุ่มใสไปเพาะเชื้อ โดยเฉพาะควรจะนำหลังจากเกิดผื่นแล้วไม่เกิน 3 วัน การตรวจนี้ไม่ได้ผลในรายที่ผื่นตกสะเก็ด หรือผื่นของการกลับเป็นซ้ำ
  • การตรวจโดยกล้องจุลทัศน์โดยการนำเนื้อเยื่อไปส่องกล้องพบเซลล์ตัวโต

การรักษา

มียารับประทานให้เลือก 3 ตัวให้เลือกในการรักษา ยาทั้ง 3 ตัวมิไดให้หายขาดเพียงแต่ลดความรุนแรง ลดความถี่และลดระยะเวลาที่เป็น ยาทั้ง 3 ได้แก่ Acyclovir,Valacyclovir,Famciclovir การให้ยามีได้ 2 ลักษณะคือ

  1. Acute therapy หมายถึงการเริ่มให้ยาตั้งแต่เริ่มมีอาการคือปวดแสบปวดร้อนโดยที่ยังไม่มี ผื่นขึ้น ถ้ามีผื่นขึ้นจะไม่ได้ผล ให้ยาครบ 5 วัน
  2. Suppress therapy คือการให้ยาเพื่อป้องกันการกลับเป็นซ้ำจะเลือกให้ในรายที่เกิดกรกลับเป็นซ้ำ บ่อย หรือมีโรคประจำตัว

สำหรับยาทายังไม่มียาทาที่ได้ผลดี ยาทาอาจจะได้ผลในแง่ลดอาการปวด ทำให้ผื่นแห้งเร็วยาที่นิยมใช้คือ acyclovir ครีมซึ่งได้ผลเฉพาะ primary lesion ยาทาไม่ช่วยลดจำนวนเชื้อหรือลดระยะเวลาที่เป็นโรค สำหรับยาอื่นต้องเลือกให้ดีเพราอาจจะมีแอลกอฮอล์ หรือสารที่ระคายอย่างอื่นซึ่งทำให้แผลหายช้ายาซึ่งมีส่วนผสมของ steroidก็ไม่ควรใช้เพราะแผลจะหายช้า

 

เป็นครั้งแรก
(รักษา 7-10 วัน)

กลับเป็นซ้ำ
(รักษา 5 วัน)

การป้องกัน

acyclovir (Zovirax)

400mg 3ครั้ง/วัน
หรือ
200mg 5ครั้ง/วัน

400mg 3ครั้ง/วัน
หรือ
200mg five times/day
หรือ
800mg 2ครั้ง/วัน

400mg 2ครั้ง/วัน

famciclovir
(Famvir)

250mg 3ครั้ง/วัน

125mg 2ครั้ง/วัน

250mg 2ครั้ง/วัน

valacclovir
(Valtrex)

1000mg 2ครั้ง/วัน

500mg 2ครั้ง/วัน

500mg วันละครั้ง
or
1000 mg วันละครั้ง

ปัจจัยกระตุ้นในการกลับเป็นซ้ำและการรักษา โรคเริมที่ปาก โรคเริมที่อวัยวะเพศ โรคเริม

        Link   http://www.siamhealth.net

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++


                 โรคเริม กี่วันหาย

 

โรคเริมคืออะไร บางคนเอามาคิดจนบ้า สติแตก...กว่าคนติด H ซะอีก
โรคเริมคืออะไร บางคนเอาคิดจนบ้า สติแตก....กว่าคนติด H ซะอีก
หลายคนไปเสี่ยงมา และพอผ่านมาไม่กี่วันก็เริ่มวิตก กังวลหลายๆอย่างเกินเหตุ กลัวไปสารพัดกับไอ้แค่ตุ่มที่ขึ้น จนดูเหมือนจะยิ่งบ้ากว่าคนติด H ซะอีก แหมคุณๆทั้งหลายค๊า เล่นเหมาว่าเป็นเอดส์ซะก่อนเลยหรือ? กลัวแต่ไม่กล้าตรวจ แล้วมาถามๆๆ พอตอบไปบางคนก็ยิ่งเครียด ไปตรวจก่อนให้แน่ใจ และไม่อยากวิตกหรือทุกข์แบบนี้ ก็อย่าตามใจกิเลสมากนักซิ ยั้งๆไว้บ้าง ใช้มือก็ได้ โลกสวยด้วยมือเรา...อะจะได้ไม่ต้องมาเครียด จนเป็นอะไรนิดเป็นอะไรหน่อยเหมาว่าเอดส์หมด เฮ้อเหนื่อยใจ

โรคเริม (Herpes simplex)โรคเริมเป็นโรคผิวหนังที่เกิดจากเชื้อไวรัส ชื่อ"H. simplex" ซึ่งเชื้อไวรัสตัวนี้มีอยู่ 2 ชนิด คือ ชนิดที่พบบริเวณริมฝีปาก ทั้งบนและล่าง หรือมุมปาก พบได้ทั้งในเด็กและผู้ใหญ่ และชนิดที่มักจะพบที่บริเวณอวัยวะเพศ พบในผู้ใหญ่มากกว่าเด็ก ลักษณะอาการจะมีผื่น พบกลุ่มของตุ่มน้ำใสอยู่บนผิวหนังที่มีสีค่อนข้างแดงประมาณ 1-2 วัน จากนั้นตุ่มน้ำใสนี้ จะแตกออก และตกสะเก็ดแต่บางรายอาจเป็นนานกว่านั้นเกือบถึง 1 สัปดาห์ ระยะแรก จะรู้สึกเจ็บเล็กน้อย จากนั้นจึงพบกลุ่มของตุ่มน้ำใสดังกล่าว ต่อมาจะรู้สึกเจ็บแสบร้อนคันเล็กน้อย

การติดต่อ
เริมทั้ง 2 ชนิดนี้ ติดต่อกันได้ทางการสัมผัสโดยตรง เช่น การใช้แก้วน้ำร่วมกัน การจูบกันและติดต่อทางเพศสัมพันธ์ เป็นต้น

เป็นซ้ำได้
เชื้อไวรัสเริมนี้อาจเกิดเป็นซ้ำได้อีก ไม่มีทางหายขาดได้ เนื่องจากเชื้อไวรัสเริมนี้จะเข้าไปหลบซ่อนตัวอยู่ในปมประสาท (ganglion) ของคุณ วันดีคืนดีก็จะคืบคลานออกมาทำให้คุณกลับเป็นเริมซ้ำได้อีก และมักจะเป็นเริมซ้ำที่บริเวณเดิม หรือใกล้เคียงกับตำแหน่งเดิมเสมอ ปัจจัยที่ทำให้เป็นเริมซ้ำได้อีกมีดังนี้

1.การนอนหลับพักผ่อนไม่เพียงพอ
2.ความเครียด วิตกกังวล เช่น ทำงานหนัก ใกล้สอบ เป็นต้น
3.ความเจ็บป่วย ช่วงที่สุขภาพอ่อนแอ ทรุดโทรม ไม่ค่อยสบาย จะกลับเป็นเริมได้อีก
4.อากาศร้อน

วิธีการรักษา
1.ยาทากลุ่มอะไซโคลเวียร์ (acyclovir)
2.ยากินกลุ่มอะไซโคลเวียร์
3.หายเองได้ ถ้านอนหลับพักผ่อนเพียงพอ อาจหายเองได้ใน 2-3 วัน


         Link   http://pha.narak.com

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

 

 
  เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง :-
 
  เนื้อหาที่คุณอาจกำลังค้นหา :-
    DB function failed with error number 2006
    MySQL server has gone away SQL=SELECT cn.catid, cn.chknew, cn.iconnew, cn.chkmakelink, cn.usefile, cn.catid, cn.id, cn.contentName FROM healthfood_maincontent AS cn WHERE ( cn.contentName like '%โรคเริมที่อวัยเพศชาย%' || cn.description like '%โรคเริมที่อวัยเพศชาย%' || cn.keyword like '%โรคเริมที่อวัยเพศชาย%' || cn.catid = '57' ) and cn.published = '1' and UNIX_TIMESTAMP(cn.publishdate) <= UNIX_TIMESTAMP('2014-07-24 20:01:01') Order by cn.publishdate DESC LIMIT 0, 10
สำนักข่าวมุสลิมไทยโพสต์
340 ลาดพร้าว 112 วังทองหลาง กรุงเทพฯ 10310
โทร 0-2514-0593 แฟ็กซ์ 0-2538-4215 Email : Webmaster@muslimthaipost.com
สารบัญเว็บไซต์ Muslimthaipost.com
SubDomain หน้าหลัก