หมวดหมู่
สุขภาพ
หน้าหลัก       ยินดีต้อนรับสู่คลังความรู้มุสลิมไทยโพสต์

วิธีลดความอ้วนที่ได้ผลเร็วที่สุด วิธีลดความอ้วน ภายใน 7 วัน วิธีลดความอ้วนแบบธรรมชาติ วิธีลดความอ้วนภายใน3วัน วิธีลดความอ้วนของผู้ชาย ภาษาอาหรับที่เจอบ่อย      คำง่ายๆภาษาอาหรับ    ศัพท์เกาหลีแบ่งเป็นหมวด    คำศัพท์เกาหลี เรียกญาติ    ศัพท์เกาหลีง่ายๆ     
   คำศัพท์ญี่ปุ่น เรียกญาติ    วันเดือนปีในภาษามลายู    การเขียนวันเดือนปีในภาษามลายู    ศัพท์ยาวี    ศัพท์ญี่ปุ่นแบ่งเป็นหมวด     ภาษาไทยน่ารู้    
สระ 32 ตัว    ซาร่า ปาทาน    ขวัญกมล ปาทาน    น.ส.ขวัญกมล ปาทาน     ศัพท์อาหรับที่เจอบ่อย ศัพท์ญี่ปุ่นง่ายๆ  

 


ค้นหา
หากมีคำค้นหลายตัว สามารถคั่นด้วย comma (,)
หน้าหลัก >> แหล่งข้อมูล โรคต่างๆ >> โรค
พิมพ์หน้านี้  |  ส่งให้เพื่อน
โรคเล็บเป็นเชื้อรา โรคเล็บที่มือ โรคเล็บลอกเป็นชั้น
คำค้น : โรคเล็บเป็นเชื้อรา , โรคเล็บที่มือ , โรคเล็บลอกเป็นชั้น

โรคเล็บเป็นเชื้อรา โรคเล็บที่มือ โรคเล็บลอกเป็นชั้น

            โรคเล็บเป็นเชื้อรา

การติดเชื้อราที่เล็บ Tinea ungium

สาเหตุ

เชื้อราที่เป็นสาเหตุมีด้วยกันหลายชนิด

  • เชื้อราตามผิวหนังกลุ่ม Dermatophyte เชื้อที่พบบ่อยคือ Trichophyton rubrum T rubrum T. interdigitale
  • พวกยีสต์เชื้อที่พบบ่อยคือ Candida albicans
  • เชื้อราบนดินได้แก่ Scopulariopsis brevicaulis

 

 

มักจะพบที่นิ้วหัวแม่เท้า และมักจะมีการติดเชื้อราที่อื่น เช่นเท้า หรือที่มือมาก่อน ผู้หญิงที่ไปทำเล็บตามร้านเสริมสวยมีโอกาสเป็นเชื้อราที่เล็บได้ง่าย

อาการของเชื้อราที่เล็บ

เชื้อราที่เล็บมีอาการได้หลายแบบ

  • เป็นเชื้อราที่ข้างเล็บจะพบเป็นแถบสีขาวหรือสีเหลืองที่ด้านข้างของเล็บ
  • มีการหน้าตัวของเล็บ และมีขุยที่ใต้เล็บ Subungual hyperkeratosis
  • เป็นเชื้อราที่ปลายเล็บ
  • เป็นเชื้อราที่บนเล็บจะมีฝ้าขาวบนเล็บและมีหลุม.
  • เป็นเชื้อราที่โคนเล็บ
  • เชื้อรามีการทำลายเล็บ

การรักษา

เชื้อราที่นิ้วทั่วไปรักาาง่ายกว่าเชื้อราที่เล็บนิ้วโป้ง หากเป็นเชื้อราที่นิ้วสองนิ้วและไม่มาก การใช้ยาทาแก้เชื้อราวันละ 1-2 ครั้งเป็นเวลาหลายสัปดาห์ ก็ได้ผล และเมื่อผื่นหายก็ทาต่อสักระยะหนึ่ง แต่หากจะให้หายขาดจะต้องร่วมกับการใช้ยารับประทาน ปัจจุบันนิยมใช้ทั้งชนิดทาและรับประทาน

             Link   http://www.siamhealth.net/

 

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

 

               โรคเล็บที่มือ

 "เล็บก็สามารถบอกโรคได้"
โดยทั่วไปเล็บเป็นส่วนที่งอกออกมาจากผิวหนัง เป็นเซลที่ตายแล้ว
มีส่วนประกอบหลักเป็นสารประเภทโปรตีนที่ชื่อว่า เคราติน (Keratin)
เล็บที่ปกตินั้นจะมีสีชมพูอ่อนๆ เสมอกัน เนื้อเล็บแข็งเรียบ ลื่น
แต่บางครั้งเล็บอาจมีรูปร่างหรือสีผิดปกติได้
ซึ่งอาจเกิดจากความผิดปกติหรือโรคภัยบางอย่างที่เกิดขึ้นในร่างกาย ดังนี้

      - เล็บขาวซีด อ่อน แบน และบุ๋ม :
มักพบในคนที่เป็นโรคโลหิตจางซึ่งอาจมาจากการขาดธาตุเหล็ก

      - เล็บขาวเป็นแผ่นตรงกลาง : เป็นความผิดปกติที่พบในโรคตับ

       -  เล็บเป็นหลุม ขรุขระ ไม่เรียบเกลี้ยงเกลา :
พบในโรคผิวหนังที่เรียกว่าสะเก็ดเงิน หรือเรื้อนกวาง

      - เล็บหนากว้าง
และโค้งมนตามลักษณะของปลายนิ้วที่โตขึ้นและมีสีออกม่วงคล้ำ :
พบในผู้ป่วยโรคหัวใจ (ลิ้นหัวใจรั่ว) โรคตับ และโรคท้องเสียเรื้อรัง

      - เล็บเป็นดอกหรือจุดขาวๆ หรือเป็นเสี้ยวพระจันทร์ :
แสดงว่ามีปัญหาสุขภาพเจ็บป่วยหนัก
หรือขาดสารอาหารบางอย่างที่ทำให้เซลสร้างเล็บได้ไม่สมบูรณ์

      - เล็บเหลือง : ถ้าเป็นบางเล็บบนนิ้วที่ถนัด
อาจเป็นสารนิโคตินจากบุหรี่ที่มาเกาะเล็บที่ใช้คีบบุหรี่
หรือพบในโรคปอดบางชนิด โรคเบาหวาน โรคตับ โรคไต

      - เล็บเปลี่ยนสีเป็นครึ่งขาวครึ่งชมพู : พบในโรคไตบางชนิด

      - เล็บเป็นจุดหรือเส้นสีม่วง เกิดจากเส้นเลือดฝอยแตก :
พบในโรคลิ้นหัวใจอักเสบ โรคลิ้นหัวใจตีบ โรคหลอดเลือดอักเสบ โรคตับ
โรคขาดวิตามินซี

      - เล็บสีดำ : พบในโรคลำไส้ผิดปกติ มีจุดดำๆ
ตามเนื้อเยื่อของลำไส้เยื่อบุปาก ริมฝีปาก ส่วนมากขาดวิตามินบี 12

      - เล็บที่ออกสีเทาๆ หรือดำคล้ำ :
พบในคนที่ได้รับตัวยาบางชนิดเช่น Phenolphthalein ในยาระบาย
และยารักษาโรคมาลาเรีย

      อยากรู้ว่าเป็นโรคอะไร สังเกตดูจากเล็บกันได้เลย

           Link   http://www.pendulumthai.com/

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++


                   โรคเล็บลอกเป็นชั้น

เล็บสวย สุขภาพดี ด้วยสมุนไพรไทย

 เล็บสวย สุขภาพดี ด้วยสมุนไพรไทย

เล็บสวย สุขภาพดี ด้วยสมุนไพรไทย (สุขกาบสบายใจ)


           เล็บเป็นอวัยวะส่วนเล็กที่คนส่วนใหญ่ไม่ค่อยให้ความสนใจเท่าใดนัก แต่เมื่อเวลาเล็บมีปัญหากลับส่งผลกระทบต่อเราอย่างมาก เช่น หยิบจับไม่สะดวกเมื่อเล็บฉีก เดินไม่สะดวกเมื่อเล็บเท้าขบ เล็บแตกเป็นชั้น ปลายเล็บดำดูสกปรก เป็นต้น ดังนั้นสิ่งสำคัญที่เราไม่ควรหลงลืมคือ ดูแลเล็บให้สะอาด ไม่เป็นแหล่งสะสมเชื้อโรค เพื่อให้เล็บแข็งแรงสุขภาพดี ซึ่งสมุนไพรในครัวที่เรามีช่วยได้

           เล็บมีส่วนประกอบหลักคือเคราติน ซึ่งเป็นคอลลาเจนชนิดหนึ่งที่ต้องอาศัยโปรตีนในการเจริญเติบโตสร้างเนื้อ เยื่อขึ้นใหม่ เป็นอวัยวะที่ไม่มีปลายประสาท อัตราการงอกของเล็บมือประมาณ 0.01 มิลลิเมตรต่อวัน แต่เล็บเท้าจะงอกช้ากว่าเล็บมือประมาณ 2-3 เท่า แต่ยิ่งอายุเพิ่มมากขึ้น การไหลเวียนโลหิตช้าลงจะส่งผลให้เล็บเจริญเติบโตช้าลงตามไปด้วย หน้าที่สำคัญของเล็บคือช่วยรักษารูปทรงของนิ้วมือ นิ้วเท้า และช่วยรับส่งความรู้สึกเมื่อเวลาหยิบจับวัตถุสิ่งของ

สมุนไพรในครัวแก้เล็บมีปัญหา

           ปัญหาของเล็บอาจเนื่องมาจากแบคทีเรีย และเชื้อราจำพวกกลากหรือแคนดิดา (Candida) หรือเกิดจากกิจวัตรประจำวันของเราอย่างเช่น แคะ แกะ เกา ซักผ้าด้วยมือ ล้างจาน สวมถุงมือ สวมรองเท้าที่คับเกินไป โดนหนีบหรือโดนกระแทกด้วยของแข็ง เป็นต้น ปัญหาเหล่านี้เป็นปัจจัยทำให้เล็บมีปัญหา ซึ่งบางครั้งเราสามารถแก้ไขในเบื้องต้นได้ แต่ถ้าหากอาการยังต่อเนื่องลุกลามไปถึงขั้นเสียรูปทรงเล็บ อาจจะต้องบำรุงจากภายในทั้งการรับประทานอาหาร และการฟื้นฟูจากภายนอกโดยการบำรุงด้วยสมุนไพรในระยะหนึ่ง ซึ่งสมุนไพรที่จะช่วยบำรุงเล็บของเราให้ดูสุขภาพดี แข็งแรงนั้นก็หาได้ง่ายในครัวของเรา ได้แก่ ผลมะกรูด ไพล ใบพลู และใบฝรั่ง ดังนี้

1.รักษาเชื้อราด้วยน้ำมะกรูด

           สาเหตุ: เชื้อราเป็นโรคอันดับต้น ๆ ที่สามารถเป็นได้ง่ายมาก มักเกิดจากการที่เล็บมือหรือเล็บเท้าอยู่ในที่อับชื้น อากาศไม่ถ่ายเทเป็นระยะเวลานาน เชื้อราส่วนใหญ่เกิดกับเล็บเท้ามากกว่าเล็บมือ เพราะเล็บมือเราแห้งอยู่ตลอดเวลา แต่เล็บเท้าบางครั้งเราสวมรองเท้าและถุงเท้านานเกือบตลอดทั้งวัน โดยที่ไม่ได้ถอดรองเท้าระบายอากาศบ้าง เมื่อเหงื่อออกเท้าเกิดความชื้นก็สามารถก่อให้เกิดเชื้อราที่เล็บและมีกลิ่น เท้าได้

           บริเวณที่เป็น: อาจเริ่มต้นจากบริเวณจมูกเล็บ (Nail Groove) และลามกินแผ่นเล็บ (Nail Plate) ไปเรื่อย ๆ เป็นบริเวณกว้างหรืออาจจะทั้งแผ่นเล็บก็ได้ ส่งผลทำให้เล็บมีสีเหลือง อาจมีกลิ่น และบริเวณที่เป็นเชื้อราจะมีลักษณะขรุขระ แนวทางแก้ไขเบื้องต้นคือ ต้องคอยเล็มส่วนที่เป็นเชื้อราทิ้งไปให้หมด จนกว่าเซลล์เล็บที่เกิดใหม่ไม่มีลักษณะเป็นเชื้อราอีก ถ้าหากยังเป็นอยู่ควรไปพบแพทย์

           บำรุงด้วยสมุนไพร:

           1.นำผลมะกรูดมาคั้นน้ำ และใช้สำลีชุบน้ำมะกรูดทาบริเวณที่ติดเชื้อให้บ่อยครั้ง น้ำมะกรูดจะช่วยฆ่าเชื้อราให้ลดลงจนหมดไป
           2.เน้นบริโภคผักสวนครัวจำพวกกระเทียม หัวหอม ถั่วฝัก พริก และบร็อคโคลี หรือผักใบเขียว อาหารทะเลจำพวกหอย ปลาแซลมอน ปลาทูน่า และผลไม้ที่มีวิตามินซีสูง เช่น ส้ม มะขาม แตงโม เป็นต้น  อาหารเหล่านี้จะช่วยยับยั้งเซลล์แบคทีเรีย และเชื้อราบนผิวหนังให้มีจำนวนลดลงจนหายไปในที่สุด

2.ไพล ใบพลู และใบฝรั่งแก้อาการเล็บขบ ช้ำ และเป็นหนอง

           สาเหตุ: เมื่อเล็บยาวขึ้น แล้วตัดเล็บผิดรูปทรงคือ ตัดให้มีลักษณะปลายโค้งงอเป็นรูปไข่ ทำให้เล็บที่งอกใหม่ไปเจริญฝังและกดแนวจมูกเล็บ หรือสวมรองเท้าที่คับแน่นเท้าจนเกินไป จนทำให้รู้สึกปวดมากเมื่อถูกกดทับ หากปล่อยทิ้งไว้นานจะทำให้ช้ำและอักเสบจนเป็นหนองได้

           บริเวณที่เป็น: อาการนี้เป็นได้กับทั้งเล็บมือและเล็บเท้าในบริเวณจมูกเล็บ แนวทางแก้ไขเบื้องต้นคือ หมั่นเล็มขอบเล็บให้บ่อยครั้ง หลีกเลี่ยงการสวมรองเท้าที่บีบรัดหน้าเท้า และอย่าตัดขอบเล็บให้ลึกจนเข้าไปกินเนื้อ เพราะหากขอบเล็บเกิดแผล เล็บที่งอกใหม่จะเจริญจนไปฝังตัวทิ่มบริเวณที่เป็นแผล

           บำรุงด้วยสมุนไพร:

           1. ใช้แง่งไพลสด 1 แง่ง (ยาวประมาณ 2 นิ้ว) โขลกรวมกับเกลือประมาณ 1 หยิบมือ และข้าวสุกประมาณ 1 กำมือ โขลกจนรวมตัวกันเข้าที่ แล้วนำไปพอกเล็บที่ขบทิ้งไว้ประมาณ 20 นาที แล้วล้างออก
           2. ใช้ใบพลูหรือใบฝรั่งประมาณ 3-5 ใบ นำมาตำรวมกับเกลือประมาณ 1 หยิบมือและพอกไว้บริเวณที่เล็บขบ ใช้ผ้าพันเพื่อปิดแผลไว้ ควรพอกอย่างต่อเนื่องประมาณ 5-7 วัน อาการช้ำและเล็บขบจะค่อย ๆ ทุเลาลงจนหายดี และเพื่อความสะอาดควรเปลี่ยนผ้าพันทุกวัน วันละสองเวลาเช้าและเย็น

3.เน้นบำรุงโปรตีน เมื่อเล็บบางบิ่น ลอกเป็นชั้น เปราะหักง่าย

           สาเหตุ: เกิดขึ้นเนื่องจากพฤติกรรมบางอย่าง เช่น กัดเล็บ การแคะ แกะ เกา ซักผ้า ล้างจาน ทาเล็บเป็นประจำ ต่อเล็บด้วยอะคริลิค สูบบุหรี่ เป็นต้น

           บริเวณที่เป็น: ขอบเล็บ ซึ่งเป็นส่วนที่งอกติดกับแผ่นเล็บ ซึ่งเป็นส่วนที่เราตัดทิ้งได้บ่อยครั้ง แนวทางแก้ไขเบื้องต้นคือ หลีกเลี่ยงการแกะหรือแคะสิ่งแข็งๆ เช่น การเปิดฝาน้ำอัดลม เปิดอาหารกระป๋อง หากเล็บไม่แข็งแรงควรใช้อุปกรณ์ช่วยเปิดเพื่อป้องกันไม่ให้เล็บบิ่นหรือฉีก ได้ หากเล็บเกิดบิ่นหรือฉีกควรตัดทิ้งเพื่อไม่ให้รอยบิ่นหรือฉีกลามหนักไปกว่า เดิม และเว้นช่วงไม่ทาเล็บ เพ้นท์เล็บ หรือต่อเล็บ เพื่อให้เล็บได้พักบ้าง การแต่งเล็บเป็นประจำอาจทำให้เล็บอ่อนแอจนเหลืองและเปราะบางเพราะสารเคมีที่ ใช้กับเล็บ เช่น กาวต่อเล็บ หรืออะคริลิค

           วิธีบำรุง: เน้นบริโภคอาหารจำพวกโปรตีน วิตามินเอ วิตามินเอช (ไบโอติน) ซึ่งพบมากในไข่แดง นม ถั่วเหลือง ตับ เห็ด เพื่อเร่งกระบวนการสร้างเล็บขึ้นมาใหม่ให้แข็งกว่าเดิม และอาหารจำพวกแคลเซียมบำรุงเลือดให้ไหลเวียน เช่น ไข่ ถั่วแดง โยเกิร์ต ชีส ผักโขม เป็นต้น

4.บำรุงสังกะสีและวิตามินบีเมื่อเกิดดอกเล็บ (White spots)

           เป็นที่รู้กันดีว่าจุดขาวเล็ก ๆ ใต้แผ่นเล็บคือดอกเล็บ และไม่ใช่อาการผิดปกติที่ร้ายแรง แต่เป็นเพียงแค่อาการที่ร่างกายเตือนว่ากำลังขาดสารอาหารจำพวกสังกะสี หรือได้รับบาดเจ็บ ได้รับแรงกระทบกระเทือนบริเวณหนังกำพร้าที่ฐานเล็บ หรืออาจได้รับสารเคมีที่เป็นอันตรายเข้าสู่เล็บ ซึ่งไม่ว่าจะโดยสาเหตุใดก็ตาม ดอกเล็บนี้จะหายไปเองเมื่อถึงเวลา

           บริเวณที่เป็น: ใต้แผ่นเล็บ (Nail Plate) มีลักษณะเป็นจุดสีขาว สามารถเกิดพร้อมกันได้ทุกนิ้ว แต่หากบนแผ่นเล็บปรากฏลักษณะเป็นรูปพระจันทร์ครึ่งเสี้ยวสีขาว หรือลูนุลา (Lunula) เกิดขึ้นบริเวณฐานเล็บ (Nail Base) แสดงว่าขณะนั้นยังไม่มีเซลล์เล็บเกิดใหม่นั่นเอง แต่ถ้าไม่มีปรากฎให้เห็นก็ไม่เป็นอันตรายใดๆ ต่อร่างกาย
 

           วิธีบำรุง: เน้นบริโภคอาหารจำพวกแร่ธาตุสังกะสีและวิตามินบี เช่น เนื้อสัตว์ปีก อาหารทะเล ถั่วเปลือกแข็ง ผักใบเขียว ข้าวซ้อมมือ และธัญพืชไม่ขัดสี เป็นต้น

           เล็บมือและเล็บเท้าของเราเป็นส่วนสำคัญที่ค่อนข้างบอบบาง ดังนั้นเราควรหมั่นดูแลทำความสะอาดอยู่เสมอ เพราะสุขภาพเล็บสะท้อนได้ถึงสุขภาพกายของเรา ซึ่งไม่จำเป็นว่าเล็บจะสั้นหรือยาวเท่านั้นที่จะทำให้มือเราดูดี หากเราตัดแต่งเล็บให้เป็นรูปทรงอยู่เสมอ นิ้วมือและนิ้วเท้าของเราก็จะดูดีน่ามองได้เช่นกันค่ะ

การตัดเล็บอย่างถูกวิธี

           1. แช่มือในน้ำ เพื่อทำให้เล็บอ่อนตัวลง ตัดได้ง่ายขึ้น
           2.เริ่มตัดตรงกลางเล็บในแนวเส้นตรง แล้วค่อยๆ เล็มเก็บมุมทีละด้าน ทรงเล็บที่ถูกต้องควรเป็นขอบตัดคล้ายรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส เพื่อป้องกันเล็บที่เกิดใหม่ไม่ให้ไปฝังตัวบริเวณจมูกเล็บ ทำให้เกิดเล็บขบได้ง่าย
           3.ค่อยๆ ตัดเล็มขอบเล็บให้สั้นลง เพื่อรักษาทรงเล็บเอาไว้ แทนที่จะตัดให้สั้นในครั้งเดียว และเมื่อตัดเสร็จข้างหนึ่งแล้ว ให้คว่ำฝ่ามือดูเล็บว่าตัดเท่ากันหรือไม่
           4.ตะไบขอบเล็บเพื่อลบความคมของรอยตัด โดยเริ่มจากมุมข้างใดข้างหนึ่งไปเรื่อยๆ
           5.ล้างมือและเช็ดให้แห้ง หรืออาจจะบำรุงด้วยครีมบำรุงเล็บและมือเพิ่มเติมก็ได้

           5 นาที แก้ไขเล็บถอดด้วยถุงชา
           ถุงชาที่มีอยู่ในครัวนั้นสามารถเป็นเฝือกให้กับเล็บเราได้เป็นอย่างดีค่ะ
 
สิ่งที่ต้องเตรียม

           1.ที่ตัดเล็บ
           2.ตะไบเล็บ
           3.ถุงชาที่ทำความสะอาดแล้ว
           4.น้ำยาเคลือบเล็บ

วิธีทำ

           1.ตัดชิ้นส่วนเล็บที่ฉีกออกอย่างเบามือ แล้วตะไบเล็บลดความคมของรอยตัด
           2.ตัดถุงชาด้วยกรรไกรตัดหนังให้พอดีกับเล็บ
           3.ทาน้ำยาเคลือบเล็บ แล้วนำชิ้นเล็บวางบนถุงชาที่ตัดเตรียม ในขณะที่น้ำยาเคลือบเล็บยังไม่แห้ง นำถุงชามาแปะไว้กับเล็บ
           4.ทาน้ำยาเคลือบเล็บซ้ำประมาณ 2 รอบ เพื่อให้ถุงชาสมานยึดกับชิ้นเล็บที่หลุด



ขอขอบคุณข้อมูลจาก
+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
 
  เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง :-
 
  เนื้อหาที่คุณอาจกำลังค้นหา :-
ท่านอาจกำลังสนใจสิ่งนี้อยู่
สำนักข่าวมุสลิมไทยโพสต์
340 ลาดพร้าว 112 วังทองหลาง กรุงเทพฯ 10310
โทร 0-2514-0593 แฟ็กซ์ 0-2538-4215 Email : Webmaster@muslimthaipost.com
สารบัญเว็บไซต์ Muslimthaipost.com
SubDomain หน้าหลัก